วันนี้ (27 พ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนด้วยการซื้อผลิตภัณฑ์กาแฟแคชแบ็ก จากนั้นให้ผู้สมัครหาสมาชิกเพิ่ม โดยมีเงินส่วนแบ่งให้ จากจำนวนสมาชิกที่เข้ามาสมัครในสายงาน เป็นวิธีการที่ตำรวจพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุใช้หลอกลวงผู้เสียหาย ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ โดยการหลอกลวงในครั้งนี้ยังพบว่า ขบวนการนี้ จัดงานเปิดตัว เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ได้เชิญสื่อมวลชน และพบมีการอ้างชื่อหน่วยงาน ราชการ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้สนับสนุน ทำให้ มีประชาชนหลงเชื่อ และร่วมลงทุนจำนวนมาก
โดยล่าสุดตำรวจควบคุมตัวนายทรงทรัพย์ การะภักดี และนายฉัตรคชายัน วงศ์ธนะพัชระ ผู้บริหารบริษัท ในความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยสามารถยึดทรัพย์สิน มาได้เพียง 2.4 ล้านบาท ซึ่งตำรวจเชื่อว่า ยังมีผู้ร่วมขบวนการที่อยู่เบื้องหลังอีก
ทั้งนี้ ผู้เสียหายรายนี้ ถูกคนรู้จักชักชวนให้ลงทุน รวมประมาณ 10,000 บาท และได้รับเงินส่วนแบ่งคืน 2 ครั้ง ครั้งต่อมาถูกบ่ายเบี่ยง และไม่ได้รับเงินคืน เช่นเดียวกับสมาชิกรายอื่น ที่ไม่สามารถสามารถติดต่อผู้บริหารได้ รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 3,000 ล้านบาท
สำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ให้ผู้เสียหายสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ ขั้นต่ำรายละ 1,000 บาท โดยผู้สมัคร จะได้รับรหัสสมาชิก และกาแฟฟรี 3 กล่อง จากนั้นสมาชิกสามารถนำกาแฟไปขายต่อ ในราคาที่บริษัทกำหนด จะได้กำไรเพิ่ม 1,000 บาท หากสมาชิกคนใด ต้องการได้กำไรเพิ่ม สามารถลงทุนด้วยการซื้อผลิตภัณฑ์ไปขาย หรือหากไม่ต้องการขายผลิตภัณฑ์ ให้สมาชิก หาคนมาร่วมลงทุน ซึ่งบริษัทจะจ่ายเงินส่วนแบ่ง ให้ 10 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนเงินของสมาชิกใหม่ที่หามาได้ ทุก 5 วัน ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อสมัครกว่า 85,000 รหัส
ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เสนอให้ตำรวจตั้งชุดเฉพาะกิจ เพื่อรับแจ้งความให้กับคดีนี้ เพราะเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากทั่วประเทศ ซึ่ง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ผบช.สตม. รับปากจะทำเรื่องเสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตั้งเป็นรูปแบบคณะกรรมการพิจารณาคดี