เมื่อเช้าที่ผ่านมา คณะกรรมการสาธารณะสุขแห่งชาติจีน ได้สั่งให้กระทรวงสาธารณะสุขประจำมณฑลกวางตุ้งตรวจสอบว่า ศาสตราจารย์ เฮ่อ เจียน ขุย ได้ดัดแปลงดีเอ็นเอของทารกแฝดตามที่เขากล่าวอ้างไว้จริงหรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบสถาบันที่อนุมัติการผ่าตัดดังกล่าวด้วย
เมื่อวานนี้ ศาสตราจารย์ เฮ่อ เจียน ขุย ซึ่งจบจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในสหรัฐฯ และทำงานจากห้องปฏิบัติการในเมืองเซินเจิ้น ได้เผยข่าวที่สั่นสะเทือนไปทั้งแวดวงการแพทย์ว่าเขาประสบความสำเร็จในการดัดแปลงดีเอ็นเอของทารกแฝดหญิง 2 คน ที่คลอดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองมีโอกาสติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันผลการผ่าตัดของ ศาสตราจารย์เฮ่อ
การดัดแปลงยีนอาจช่วยหลีกเลี่ยงโรคติดต่อทางพันธุกรรมโดยตัดหรือเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมในตัวอ่อน แต่ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าการไปยุ่งเกี่ยวกับพันธุกรรมของตัวอ่อนอาจส่งผลเสียเป็นวงกว้างในอนาคต ไม่เพียงแต่ตัวคนๆ นั้น แต่รวมถึงลูกหลานในอนาคตที่สืบทอดยีนไป
นอกจากนี้ การดัดแปลงพันธุกรรมในคนยังถือเป็นเรื่องต้องห้ามเนื่องจากผิดหลักจริยธรรมการแพทย์ ซึ่งระบุไว้ว่านักวิทยาศาสตร์สามารถวิจัยการดัดแปลงพันธุกรรม กับตัวอ่อนที่เกิดจากการทำหลอดแก้วที่ไม่ใช้แล้วได้ ตราบใดที่ทำลายตัวอย่างทันทีหลังการวิจัยเสร็จสิ้น และต้องไม่ใช้การทดลองดังกล่าวเพื่อให้กำเนิดทารก
ด้าน ศาสตราจารย์ เฮ่อ ย้ำว่าตนต้องการสร้างเด็กที่ไม่เจ็บป่วยจากโรคติดต่อทางพันธุกรรม ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะออกแบบพันธุกรรมเด็ก เช่น ดัดแปลงดีเอ็นเอเพื่อให้เด็กมีนัยน์ตามีสีตามที่ต้องการ หรือเพื่อให้เด็กมีความฉลาดกว่าเด็กทั่วๆ ไป
สถาบันหลายแห่ง รวมถึงโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องก็ต่างก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับ ศาสตราจารย์เฮ่อ โดยโรงพยาบาลที่ศาสตราจารย์เฮ่อประจำอยู่บอกว่า ศาสตราจารย์เฮ่อไม่ได้ทำงานกับโรงพยาบาลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมกับย้ำด้วยว่า ศาสตราจารย์เฮ่อ ได้ดำเนินการผ่าตัดโดยพลการ และไม่ได้รับการอนุมัติจากโรงพยาบาล
ขณะที่นักวิทยาศาสตร์หลายๆ คนก็พากันตำหนิ โดยบอกว่าหากเป็นจริงตามที่มีรายงานข่าว การกระทำของศาสตราจารย์เฮ่อถือว่าล้ำเส้น ที่ไปทดลองกับตัวอ่อนที่แข็งแรงโดยไม่ได้มีเหตุผลอันควร เนื่องจากการติดเชื้อเอชไอวี ปัจจุบัน สามารถรักษา และมียาที่สามารถควบคุมเชื้อไวรัสได้