พลังประชารัฐต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง หากหวังลดความวุ่นวายจากการต่อรองรัฐบาลผสม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักวิชาการระบุ พลังดูดทำให้หลังเลือกตั้งต้องมีการต่อรอง ชี้พลังประชารัฐต้องมาเป็นอันดับหนึ่งถึงจะลดความวุ่นวาย เตือนหากเลือกตั้งไม่เป็นทางออกอาจเกิดความขัดแย้ง

รายการเป็นเรื่องเป็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์ PPTV จัดรายการในตอน น "ดูด" สะท้านเมือง!  โดยมีผู้ร่วมรายการประกอบด้วย  ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต  และนายยุทธพร อิสระชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

นายวันวิชิตกล่าวว่า  ตนมั่นใจว่าโพลล์ที่ชุดนี้ออกมาประชาชนยังไม่รู้หรอกว่าตัวหลักคือใคร หัวหน้าพรรคคือใคร  ช่วงระยะเวลาที่ปล่อยโพลล์ออกมา ออกมาในลักษณะแก้เกี้ยว เมื่อที่อื่นเรตติ้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลง ซึ่งเป็นธรรมชาติของคนที่อยู่มานานๆ    ตนเชื่อว่าเป็นการสำรวจอากัปกิริยาชนชั้นกลางในเมือง   เป็นความเชื่อว่ากิจกรรมทางการเมืองที่ไม่ได้ขยับมาเกือบ 5 ปี ทำให้ประชาชนในการทำกิจกรรมการเมือง ของพลเอกประยุทธ์

นายวันวิชิตกล่าวว่า ประชาชนต่อรองอำนาจได้เก่งพอสมควร ที่บอกว่าได้อำนาจจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างนั้นไม่ใช่ เขามีวิธีต่อรองที่ทำให้เขามีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น  การจัดการสวัสดิการไม่ใช่เรื่องเงินมาถึงมือแล้วเลือก  มันเป็นเรื่องระยะยาวมากกว่า

นายวันวิชิตกล่าวต่อว่า ในอนาคตพรรคการเมืองขนาดเล็กจะมีอำนาจต่อรองสูงมาก ขนาดพรรคเพื่อไทยการแก้ปัญหายังฝังหมุดไปที่ประธานกรรมาธิการด้วย  สิ่งเดียวจะลดความวุ่นวายได้พรรคพลังประชารัฐต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ถ้าไม่ใช่น้ำหนักต่อรองจะเป็นอีกชุดทันที

“สถานการณ์อยู่ที่คำตอบของพล.อ.ประวิตร (วงษ์สุวรรณ) ที่บอกว่าอยากให้พล.ประยุทธ์เป็นต่ออีก 4 ปี  แต่ขึ้นอยู่กับว่าพลังประชารัฐจะเป็นที่หนึ่งหรือไม่ หากเป็นที่หนึ่งความชอบธรรมจะมา แต่หากไม่จะเหนื่อยเรื่องการควบคุม   ขณะนี้การสะสมความรู้สึกได้เปรียบเสียเปรียบเกิดขึ้นแล้ว และท้ายสุดจะเป็นบูมเมอแรง  หากประชาชนเสพความรู้สึกตรงนี้เยอะ ไม่เป็นคุณกับพรรคพลังประชารัฐ”

นายยุทธพรกล่าวว่า การเปลี่ยนพรรค หรือย้ายพรรคเข้าในแง่บวกคนจับตาว่าการย้ายเข้าน่าจะเป็นแง่บวก และ 80 คนที่ย้ายเข้าพรรคพลังประชารัฐน่าจะได้เป็น ส.ส. เพราะเคยเป็นอดีต แต่ก็ไม่แน่เสมอไป  การมี ส.ส. เข้ามาเยอะก็เป็นข้อจำกัดว่าจะจัดวางตำแหน่งให้คนเหล่านี้อย่างไร  

“คนที่เข้ามาไม่ได้หมายวามว่าจะได้ทุกคน ไม่มีใครการันตีว่าการดูด ส.ส. จะประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วหากชนะจะนำพาไปให้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ก็ไม่มีใครบอกได้   รัฐบาลจะไม่เข้มแข็งหากไม่มีพรรคใหญ่มาผสม แล้วพรรคใหญ่เขาจะยอมพรรคเล็กหรือ   เมื่อมี ส.ส. ที่ย้ายมาหลายพรรค ผลประโยชน์ต้องไม่ตรงกันแน่นอน การจับมือก็เพราะบริบทวันนี้เป็นแบบหนึ่ง” นายยุทธพรกล่าว

นายยุทธพรกล่าวต่อว่าส่วนนโยบายของพรรคพลังประชารัฐที่บอกว่าคล้ายพรรคไทยรักไทย แต่คนก็จะจำของเดิม  คนจะมองว่านี่เป็นการเอาของเดิมมารีโนเวทใหม่  ใครทำก่อนคนนั้นคือคนเปิดกุญแจให้ผู้คน  การทำนโยบายประชานิยมเป็นเรื่องโลกทรรศน์ทางการเมือง

นายยุทธพรกล่าวต่อว่า หากพลเอกประยุทธ์ลงเป็นหนึ่งในบัญชีนายกฯก็ได้เปรียบ และท่านก็มีโอกาสลง และรัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ การมีอำนาจเต็มทำให้มีความได้เปรียบจากกลไกรัฐ หากเป็นรัฐบาลผสมจะถูกตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรม  ตนไม่เชื่อว่าครั้งนี้พรรคพลังประชารัฐจะกวาด  เพราะทัศนคติทางการเมืองของประชาชนยังไม่เปลี่ยน ยังไม่มีจุดเปลี่ยนของสังคม

เมื่อถามถึงความขัดแย้งในการเลือกตั้ง นายยุทธพรกล่าวว่าโอกาสไม่เยอะ แต่หากหลังเลือกตั้งเรื่องความชอบธรรมถูกหยิบมาพูดและขมวดปมอาจกลายเป็นความขัดแย้งได้  และหากการเลือกตั้งไม่เป็นทางออกอาจเกิดความขัดแย้งได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ