เมื่อวันที่ (30 พ.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างศึกษามาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้กับผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2562 และสนับสนุนมาตรการเนชั่นแนล อีเพย์เมนท์ โดยจะคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ 5% ให้ประชาชนทั่วไป ที่ใช้จ่าย ในช่วงวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2562 กำหนดวงเงินการใช้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อคน หรือ คิดเป็นวงเงินการคืนภาษีสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท โดยกระทรวงการคลังคาดว่าจะใช้งบประมาณ 10,000 ล้านบาท สำหรับมาตรการดังกล่าว
สำหรับรูปแบบของมาตรการจะทำในลักษณะเดียวกับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยประชาชนที่จะได้คืนแวต 5% จะต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตกับร้านค้าที่ติดตั้งเครื่องอีดีซี หรือ พีโอเอส ที่จะสามารถแยกรายจ่ายราคาสินค้า และ แวต ให้กับกรมสรรพากรได้ในทันที และกรมสรรพากรจะสามารถติดตามได้ว่าจะต้องคืน แวตให้เท่าไหร่บ้าง โดยการคืนภาษีนั้นจะคืนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ที่ประชาชนผูกไว้เฉพาะหมายเลขประจำตัวประชาชน เท่านั้น ส่วนที่ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขโทรศัพท์มือถือจะไม่ได้รับสิทธิคืนแวต โดยประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ทุกชนิด
นายอภิศักดิ์ ย้ำว่า มาตรการนี้ไม่ใช่มาตรการหาเสียง เพราะเป็นการคิดมานานแล้ว และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์อีเพย์เมนต์ ซึ่งพร้อมที่จะนำมาใช้ เพื่อให้เป็นของขวัญช่วงเทศกาลตรุษจีนสำหรับประชาชนทั่วไป แต่คนที่จะได้สิทธิการคืนภาษีนั้นจะต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตเท่านั้น และคืนเงินเข้าสู่ระบบพร้อมเพย์ตามหมายเลขบัตรประชาชน ซึ่งจะคืนให้หลังจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ในอีก 15 วันหลังจากนั้น โดยยืนยันว่า มาตรการนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษา และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เมื่อไหร่
นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อขอลดค่าธรรมเนียมการทำบัตรเดบิต รวมถึงเปิดให้ประชาชนที่ถือบัตรเอทีเอ็ม และต้องการเปลี่ยนให้เป็นบัตรเดบิตได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งมองว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้สถาบันการเงินได้ประโยชน์ด้วย