หอการค้าไทยประเมิน “ปาบึก” กระทบเศรษฐกิจ 3,000 – 5,000 ล้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลายหน่วยงาน สั่งเร่งดูแลปัญหาการขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคและน้ำมันในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก ขณะที่ หอการค้าไทยประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจระยะสั้นจากพายุปาบึก ประมาณ 3,000 – 5,000 ล้านบาท แต่ไม่กระทบกับเศรษฐกิจโดยรวมของทางภาคใต้

เมื่อวันที่ (4 ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า ผลกระทบจากพายุปาบึกคาดว่าจะไม่กระทบยาวนานต่อการท่องเที่ยวของภาคใต้ในภาพรวม แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจ อาจกระทบระยะสั้นจากการหยุดการเดินทางในช่วง 3-5 วัน มูลค่าความเสียหายน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 5,000 ล้านบาท  ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความยาวนานของพายุที่เกิดขึ้น แต่จะไม่กระทบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของภาคใต้ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ แอตต้า เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่ได้เดินทางช่วงนี้ ก็ได้เลื่อนเดินทางออกไป ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาไทยแล้ว  แต่ละบริษัททัวร์จะมีการบริหารจัดการปรับโปรแกรมการท่องเที่ยว โดยเชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้าใจในเรื่องภัยธรรมชาติ

ส่วนปัญหาการขาดแคลนสินค้าจากการกักตุนของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพะงัน  นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ประสบเหตุพายุปาบึกเป็นแม่งานประสานกับกรมการค้าภายใน ตลอดจน ผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ และซัพพลายเออร์ ให้เข้าไปเติมสต็อคสินค้าอุปโภคบริโภคให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ที่ต้องการซื้อสินค้าเพิ่มมากกว่าปกติ โดยยอมรับว่าขณะนี้บางพื้นที่มีปัญหาสินค้าขาดแคลนจริง ซึ่งก็จะเร่งส่งรถโมบายเฉพาะกิจเข้าไปจัดจำหน่ายสินค้าให้กับประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า

ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการให้เตรียมมาตรการรับมือหลังเหตุพายุผ่านพ้นไปแล้ว โดยให้จัดมหกรรมการค้านำสินค้าท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัยที่ยังพอจะมีอยู่ เอาออกมาจำหน่ายให้ประชาชนต่างพื้นที่ช่วยกันเข้าไปซื้อเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้ นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการสินค้าวัสดุก่อสร้างให้ช่วยลดราคาพิเศษให้กับผู้ประสบภัยซึ่งอาจจะต้องซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยหลังพายุผ่านพ้นไปแล้วด้วย

ส่วนทางด้านกลุ่ม ปตท. ได้เตรียมพร้อมสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงในทุกสถานีบริการ เพื่อป้องกันการขาดแคลน และพร้อมให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง สำหรับการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ ปตท. ดำเนินการส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จาก สถานีรับ-จ่ายก๊าซธรมชาติเหลว อ.มาบตาพุด จ.ระยอง เต็มที่ เพื่อทดแทนปริมาณก๊าซที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งมีแผนนำเข้า LPG ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ