ความคืบหน้าเหตุตึกแถวย่านรามคำแหงทรุดตัว ระหว่างที่กำลังรื้อถอนก่อสร้าง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บเมื่อวานที่ผ่านมา ล่าสุดทางวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและวิเคราะห์ว่าสาเหตุของตึกทรุดตัวดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใด
เจ้าหน้าที่วิศวกรรมสถานฯ ได้ ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุ อาคารที่กำลังรื้อถอนบริเวณปากซอยรามคำแหง 51/2 โดยที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนอาคารตกหล่นลงมาด้านล่าง จนทำให้แผงกั้นการรื้อถอนล้มพังลงมา และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จากการตรวจสอบพบว่า การรื้อถอนอาคารจะต้องมีการออกแบบและจะต้องมีวิศวกรที่มีใบอนุญาตควบคุมงานตลอดจนกว่าการรื้อถอนจะเสร็จสิ้น ซึ่งขณะนี้จะต้องประสานกรมโยธาฯ เพื่อขอข้อมูลมาตรวจสอบ รวมถึงเรียกผู้เกี่ยวข้องของบริษัทที่ทำการรื้อถอน มาทำการสอบถามรายละเอียดว่าเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ และกระทำอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบว่าเข้าข่ายความผิดก็จะเพิกถอนใบอนุญาตวิศวกรทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผู้รับเหมารื้อถอนอาคารผิดพลาดพังถล่มทั้งหลัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “วิศวกร” ชี้ ตึกพัทยาถล่ม เหตุรื้อถอนผิดวิธี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตึกเก่า 30 ปีปากซอยสุขุมวิท 95 ทรุดระหว่างรื้อถอน
ด้าน รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าอาคารดังกล่าวมีการขออนุญาตรื้อถอนอย่างถูกต้อง และมีวิศวกรดูแลควบคุมงาน แต่เบื้องต้นคาดว่าตัวอาคารมีสภาพค่อนข้างเก่าและมีความชำรุดหลายจุดที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จึงอาจจะทำให้การรื้อถอนเกิดความผิดพลาดจนทำให้ตัวอาคารบางส่วนทรุดตัวลง
ขณะที่ นายนพดล ฉายปัญญา ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร สำนักการโยธาฯ กทม. ระบุว่า สำหรับอาคารดังกล่าวทางสำนักงานเขต เคยสั่งให้ระงับการรื้อถอนไปแล้วเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่สาธารณะ และมีประชาชนสัญจรผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก
ประกอบกับมีผู้ร้องเรียนว่าระหว่างการรื้อถอนมักจะมีเศษชิ้นส่วนตกหล่นลงมาจึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อประชาชน แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าแผงกั้นที่ป้องกันวัสดุตกหล่นไม่เป็นไปตามแผนที่ยื่นกับทางสำนักงานเขตไว้ก่อนหน้านี้ จึงได้สั่งระงับก่อสร้างพร้อมให้ไปปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง แต่เรื่องดังกล่าวกลับเงียบไปจนกระทั้งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น