ในแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (ระหว่างปี 2019 – 2023) ขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า มลพิษทางอากาศ และปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังเป็นภัยคุกคามอันดับต้นๆต่อสุขภาพคนทั่วโลก
รายงานระบุว่า ปัจจุบัน ประชากรโลก 90 เปอร์เซ็นต์ ต้องหายใจอากาศที่เป็นพิษเข้าไปในร่างกายทุกๆวัน และในแต่ละปี ทั่วโลกจะมีคนตายก่อนวัยอันควร กว่า 7 ล้านคน เนื่องจากอนุภาคที่เล็กมากของมัน สามารถเข้าถึงระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด ทำลายปอด หัวใจ และสมอง ซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคมะเร็ง โรคปอด และโรคหลอดเลือดสมอง ต่อไป และ 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตจากภาวะนี้ ก็อยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง และมีระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกค่อนข้างสูง
นอกจากนี้ มลพิษทางอากาศ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ยังเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศด้วย โดยมีการคาดการณ์ว่าในระหว่างปี 2030 - 2050 ภาวะโลกร้อนจะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนกว่า 250,000 คนทั่วโลกในแต่ละปี เนื่องจากทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร โรคมาลาเรีย ท้องร่วง และภาวะเครียดอันเนื่องมาจากความร้อน
นอกจากมลพิษทางอากาศและภาวะโลกร้อนแล้ว โลกยังต้องเผชิญความท้าทายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่เกิดจากพฤติกรรมของผู้ป่วยเอง เช่น โรคเบาหวาน มะเร็ง และโรคหัวใจ การระบาดของไข้หวัดใหญ่และไข้เลือดออกทั่วโลก ภาวะดื้อยาที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จำนวนคนเป็นโรคอ้วนที่สูงขึ้น ภาวะอดอยากและการอพยพย้ายถิ่นฐาน รวมถึงเชื้อ HIV
โดยในอีก 5 ปีนับจากนี้ WHO ตั้งเป้าจะพยายามผลักดันให้ประชาชน 1 ล้านล้านคนทั่วโลก ได้รับประโยชน์จากหลักประกันสุขภาพ ให้ประชาชนอีก 1 ล้านล้านคนได้รับการคุ้มครองจากปัญหาสุขภาพฉุกเฉิน และอีก 1 ล้านล้านคนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น