เหตุสลดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ที่เหมืองแร่เหล็กในเมืองบรูมาดินโญ รัฐมินาส เกียราส ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของบราซิล โดยในช่วงที่คนงานหยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน เขื่อนกักเก็บหางแร่ที่เต็มไปด้วยดินโคลนได้พังถล่ม และไหลทะลักท่วมเข้าอาคารและรถยนต์จำนวนมาก
ขณะที่เจ้าหน้าที่รายงานว่าพบศพผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 คน และยังคงสูญหายอีกประมาณ 150 คน ซึ่งจำนวนมากเป็นพนักงานเหมืองที่รับประทานอาหารกลางวันอยู่ที่โรงอาหาร ซึ่งถูกดินโคลนถล่มทับ
เร่งค้นหาผู้สูญหาย หลังเขื่อนแตก-โคลนถล่ม ที่บราซิล
ส่วนปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในดินโคลนและการอพยพผู้คนในพื้นที่ต่ำใกล้ๆกับจุดเกิดเหตุต้องใช้เฮลิคอปเตอร์เป็นหลัก
ขณะเดียวกันทางการบราซิลจะเพิ่มทีมช่วยเหลือจาก 100 คนเมื่อวานนี้ เป็น 200 คน ในวันนี้
ขณะที่ ฟาบิโอ ชวาตส์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วาล เอสเอ (Vale SA ) เจ้าของเหมืองแห่งนี้เปิดเผยว่าขณะเกิดเหตุมีคนงานอยู่ในพื้นที่ประมาณ 300 คน โดยจำนวนนี้ 100 คน พบตัวแล้ว
อย่างไรก็ตาม ชวาตส์แมน ปฏิเสธที่จะพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เขื่อนดังกล่าวพังถล่มลงมาเนื่องจากยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้
แต่ ชวาตส์แมน ยืนยันว่าการตรวจสอบเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่าเขื่อนแห่งนี้ยังอยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง แต่ได้หยุดใช้งานเขื่อนแห่งนี้ไปก่อนหน้านี้แล้ว