ดร.ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ ครูช่างนกหัสดีลิงค์ เรียกได้ว่าเป็นผู้นำทีมสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์ขึ้นมา และเขาเอง เป็นผู้ออกแบบ ด้วยการใช้ดินสอร่างตัวนกบนกระดาษ เพราะอยากให้มีความเป็นโบราณมากที่สุด ตามแนวความคิด สะท้อนถึง ความเรียบง่ายตามพินัยกรรมหลวงพ่อคูณ มีความเป็นงานตามศิลปกรรมอีสาน และสะท้อนถึงอัตลักษณ์ของหลวงพ่อคูณ
ดร.ยุทธพงศ์ เปิดเผยงบใช้สร้างเมรุนกหัสดีลิงค์ ว่า ใช้งบสร้างตัวนกพร้อมประดับตกแต่ง 2 ล้าน 3 แสนบาท แบ่งเป็น งบรับจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น 1 ล้าน 3 แสนบาท ที่เหลือมีผู้ใจบุญร่วมบริจาคสมทบ
สำหรับทีมงานนายช่างที่ร่วมสร้างเมรุนี้ แบ่งเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นช่างโครงสร้างและศิลปกรรม ได้นำช่างจากจังหวัดร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์ คัดจากผู้มีฝีมือและประสบการณ์ในการทำงานไม้ และเคยทำบ้านไม้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ มีช่าง ๒๐ คน และอีกกลุ่ม เป็นช่างจิตอาสา งานหลักคืองานติดกระดาษและทาสี โดยช่างกลุ่มนี้ มาจากการเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วม
ดร.ยุทธพงศ์ ยังเล่าถึงสาเหตุที่เริ่มสนใจการทำเมรุนกหัสดีลิงค์ ว่า มีความฝักใฝ่ด้านนี้ตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งหลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้เข้าบวชเป็นพระภิกษุกับพระครูสีลสาราภรณ์ (หลวงปู่สมสิทธิ์ รักขิตสีโล) เจ้าคณะตำบลท่าม่วง ซึ่งวัดดังกล่าวเป็นสำนักช่างทำเมรุนกหัสดีลิงค์ เพื่อศึกษาวิชาทำเมรุนกหัสดีลิงค์ ในปี พ.ศ.๒๕๔๖
โดยก่อนหน้านี้ได้สร้างเมรุนกหัสดีลิงค์ มาแล้ว ๒ ตัว คือ พ.ศ.๒๕๔๘ สร้างเมรุนกหัสดีลิงค์ พิธีพระราชทานเพลิงเจ้าอาวาสวัดบ้านกุดดินจี่ จังหวัดหนองบัวลำภู และพ.ศ.๒๕๕๐ สร้างเมรุนกหัสดีลิงค์ พิธีพระราชทานเพลิงพระครูพรหมเสนาสน์นิมมาน อดีตเจ้าคณะอำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด
สำหรับประวัติ ดร.ยุทธพงศ์ ภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยเขา จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย และจบวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และยังจบศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อนจะจบปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิจัยศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ด้านการทำงาน อดีตอาจารย์หัวหน้าสาขาการจัดการทางวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ ปัจจุบันเป็นนักวิชาการอิสระด้านวัฒนธรรมอีสาน