ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่าสหรัฐฯจะระงับการปฏิบัติตามสนธิสัญญาควบคุมขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยใกล้ทั้งที่ติดหัวรบนิวเคลียร์และหัวรบธรรมดา ซึ่งลงนามไว้กับรัสเซียเมื่อปี 1987
โดยการหยุดพักการปฏิบัติตาสนธิสัญญาฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
"ทรัมป์" ขู่ เสริมศักยภาพอาวุธนิวเคลียร์
นอกจากนี้ ปอมเปโอ ยังระบุว่าสหรัฐฯอาจพิจารณาถอนตัวจากสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการภายใน 6 เดือน หากรัสเซียยังไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ซึ่งห้ามไม่ให้รัสเซีย หรือ สหรัฐฯ ติดตั้งขีปนาวุธพิสัยใกล้ หรือ พิสัยกลาง แบบยิงจากภาคพื้นดินในทวีปยุโรป
โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่าขีปนาวุธรุ่น “โนเวเตอร์ 9M729” ของรัสเซียขัดต่อสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์ แต่รัฐบาลรัสเซียโต้แย้งว่าระยะทำการของขีปนาวุธรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ภายในรัศมีตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลง จึงไม่ใช่สิ่งที่ขัดต่อสนธิสัญญา
นอกจากนี้รัสเซียยังกล่าวหาว่าสหรัฐฯกำลังหาข้ออ้างอันเป็นเท็จในการถอนตัวจากข้อตกลง เพื่อให้สามารถพัฒนาขีปนาวุธรุ่นใหม่ๆ ตามที่ตัวเองต้องการได้
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญแสดงความเป็นห่วงว่าการสิ้นสุดของตกลงดังกล่าวอาจทำลายข้อตกลงเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธอื่นๆ อีก และ ส่งผลเสียต่อกลไกในควบคุมการแพร่กระจายของอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก
สำหรับสนธิสัญญาควบคุมขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยใกล้ได้รับการลงนามในเดือน ธ.ค. ปี 1987 โดย ประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน ผู้นำสหรัฐฯ และ ประธานาธิบดี มิคาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำสหภาพโซเวียต ในช่วงเวลาดังกล่าว