เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ( 6ก.พ. 2562) ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ขึ้นแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ความยาว 82 นาที ต่อที่ประชุมใหญ่สภาคองเกรส ตามคำเชิญของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต
โดยทรัมป์ เปิดสุนทรพจน์ ด้วยการยื่นไมตรี ขอให้พรรคเดโมแครตร่วมทำงานเป็นทีมเดียวกับพรรครีพับลิกัน ไม่แบ่งแยกเป็น 2 พรรค แต่เป็น 1 ประเทศเดียวกัน รวมถึงยุติการแก้แค้นจองเวร และต่อต้านทางการเมือง เรียกเสียงปรบมือจากสมาชิกสภาพรรคเดโมแครตจำนวนมาก รวมถึงนางเพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ลุกขึ้นยืนปรบมือให้ทรัมป์ แต่สิ่งที่หลายฝ่ายจับสังเกตได้ คือ ท่าทางในการปรบมือของนางเพโลซี ที่ออกไปในทางเสียดสีประชดประชัน จนทำให้ภาพนี้ถูกพูดถึงและกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ในขณะนี้
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสอนุมัติงบสร้างกำแพงมูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในพื้นที่ชายแดนตอนใต้ของประเทศ ติดกับพรมแดนเม็กซิโก เพื่อยุติการลอบเข้าเมือง ทำลายแก๊งค้ายาเสพติด และกระบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งกลายเป็นวิกฤตเร่งด่วนของชาติ
อีกหนึ่งเรื่องที่ทรัมป์ประกาศจะเร่งผลักดัน คือ การเพิ่มงบลงทุนพัฒนายา เพื่อใช้ต่อต้านเชื้อ HIV พร้อมตั้งเป้าจะขจัดโรคเอดส์ให้หมดไปจากสหรัฐฯในอีก 10 ปีข้างหน้า
สำหรับการแถลงนโยบายประจำปีครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ที่เขาเข้ารับตำแหน่ง เกิดขึ้นหลังสิ้นสุดวิกฤตชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ที่ทำสถิติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ (35 วัน)
หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ผู้หญิงที่เข้าฟังการแถลงในวันนี้ โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ต่างพร้อมใจกันแต่งชุดขาว เพื่อแสดงความไม่พอใจนโยบายที่เกี่ยวกับผู้หญิงของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งนางเพโลซี ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมแสดงพลังด้วย
บรรยากาศโดยรวมถือว่าเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม โดยในช่วงหนึ่ง ที่ประชุมยังได้ร่วมกันร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับนาย จูดาห์ ซาเมท วัย 81 ปี ซึ่งได้รับเชิญให้มาเป็นแขกร่วมฟังการแถลงในวันนี้ โดยนายซาเมทเป็นผู้มีบทบาทในการปลดปล่อยค่ายกักกันนาซี ในเยอรมนี ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2