เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นิตยสาร Proceedings ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยที่ทำการศึกษาชายหญิงในวัย 20-82 ปี จำนวน 205 คน ด้วยการสแกนสมองคนละ 5-6 ครั้ง เพื่อวัดประสิทธิภาพการเผาผลาญกลูโคลสของสมอง ที่เสื่อมสภาพไปตามอายุ การศึกษาพบว่า โดยเฉลี่ย อายุสมองของผู้หญิงจะน้อยกว่าอายุจริงประมาณ 3.8 ปี ส่วนอายุสมองของผู้ชายจะมากกว่าอายุจริงประมาณ 2.4 ปี
หัวหน้าทีมวิจัยและผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านระบบประสาทของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เซนต์หลุยส์ ระบุว่า ผลการศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเพศมีผลอย่างไรกับอายุของสมอง ซึ่งการที่สมองมีอายุมากขึ้นไม่ใช่ปัญหาที่ต้องหาทางหยุดยั้ง แต่สิ่งที่ต้องทำคือ ศึกษาว่าอายุสมองที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับโรคทางสมอง เช่น อัลไซเมอร์
ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ระบุว่า การศึกษาชิ้นนี้ช่วยให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุและสัญญาณในระยะแรกของโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งหากได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยชะลอการเกิดโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะอาหารการกินและการออกกำลัง ซึ่งมีส่วนในการช่วยรักษาสภาพของสมองด้วย