เมื่อวันที่ (17 ก.พ. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปริมาณฝุ่นละอองลดลงจากเมื่อวานทุกพื้นที่ โดยฝุ่นละอองยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งนี้กรมควบคุมมลพิษ โดยกองตรวจมลพิษ ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร ตรวจสอบตรวจจับรถควันดำตามมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพมหานคร บริเวณถนนประดิษฐ์มนูญธรรม เขตลาดพร้าว และถนนวิภาวดีรังสิต เขตดอนเมือง เรียกรถตรวจสอบควันดำรวม 179 คัน แบ่งเป็น รถขนาดใหญ่ จำนวน 129 คัน พบรถควันดำเกินมาตรฐาน 19 คัน รถยนต์ขนาดเล็ก จำนวน 50 คัน ควันดำเกินมาตรฐาน 8 คัน พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งห้ามใช้ชั่วคราวกับรถที่มีควันดำเกินมาตรฐานเป็นเวลา 30 วัน
ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ เช้านี้สภาพท้องฟ้าในตัวเมืองยังขุ่นมัวคล้ายหมอกควันปกคลุม ทัศนวิสัยไม่ชัดเจน คาดว่าอาจจะมีการเผามาจากพื้นที่อื่น โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ห้ามจุดไฟเผาทุกชนิดในที่โล่ง จนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ขณะที่กองทัพภาคที่ 3 นำเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ จากค่ายกาวิละ 2 ลำ ตักน้ำขนาด 3,500 ลิตร ขึ้นบินโปรยน้ำดับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ยากต่อการเข้าถึง และเดินเท้าดับไฟ เพื่อแก้ไขสถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าภาคเหนือ จนสถานการณ์เริ่มดีขึ้น
ด้านจังหวัดบุรีรัมย์ค่าฝุ่นละอองยังสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประสานขอฝนหลวง กำชับห้ามเผาเด็ดขาด หลังยังพบว่ามีคนลักลอบเผาไร่อ้อย ตอซังข้าว วัชพืช และเศษขยะในพื้นที่ต่างๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่จังหวัดขอนแก่น มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ อยู่ที่ 157 จัดอยู่ในลำดับที่สูงที่สุดในภาคอีสานและอยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศ นอกจากการฉีดน้ำและพ่นละอองน้ำแล้ว ยังมีการชะล้างสิ่งปฏิกูลและการปราบฝุ่นในรูปแบบต่างๆ ทั่วทั้ง 26 อำเภอ โดยขณะนี้การเปิดปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ขอนแก่น ส่งผลให้เกิดฝนตกในหลายพื้นที่ ซึ่งก็มีส่วนช่วยได้มาก