ในการประชุมองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ “ICAO” (ไอเคโอ) ที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ตัวแทนจากสหรัฐฯ แสดงจุดยืน ไม่เห็นด้วยกับการที่ไอเคโอ จะเข้าไปช่วยเกาหลีเหนือพัฒนาธุรกิจการบินพลเรือน
เหตุผล คือ สหรัฐฯต้องการกดดันเกาหลีเหนือ ให้ยุติโครงการนิวเคลียร์ก่อนที่จะให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ
โดยที่ผ่านมา ทางไอเคโอ ได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลเกาหลีเหนือในการพัฒนาการบินพานิชย์ เพื่อเปิดเส้นทางการบินใหม่ โดยเฉพาะเส้นทางการบินที่เชื่อมระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้
ปัจจุบัน เกาหลีเหนือมีสายการบินเดียวคือ แอร์คอรีโอ (Air Koryo) มีเส้นทางบินแค่เพียง 2-3 เส้นทาง ที่เชื่อมระหว่างจีนกับรัสเซียเท่านั้น
ในขณะที่สายการบินอื่นทั่วโลก ก็ต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางบินเหนือน่านฟ้าของเกาหลีเหนือ เพื่อความปลอดภัย เพราะเกาหลีเหนือมีการทดลองยิงขีปนาวุธบ่อยครั้ง
แต่หากสามารถเปิดน่านฟ้าให้เกาหลีเหนือได้ สายการบินต่างๆก็จะได้ประโยชน์ ไม่ต้องบินอ้อมน่านฟ้าเกาหลีเหนืออีกต่อไป ซึ่งจะร่นเวลาการบินได้อีกหลายชั่วโมง
ส่วนความคืบหน้าการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กับนาย คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เป็นฝ่ายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ได้รับแรงกดดันมากกว่า เพราะถูกจับตามองจากสื่อมวลชน ทั้งในประเทศและทั่วโลก ว่า ควรจะต้องพยายามโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือ ยอมตกลงยุติโครงการนิวเคลียร์แบบสิ้นเชิงให้ได้ หลังจากในการประชุมครั้งแรกที่สิงคโปร์ ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้ตกลงอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
นอกจากนี้ ท่าทีและการตัดสินใจใดๆของทรัมป์ ก็อาจทำให้เขาถูกตรวจสอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคเดโมแครต ครองเสียงข้างมากอยู่ ขณะที่ผู้นำเกาหลีเหนือนั้นไร้ซึ่งแรงกดดันใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเมื่อกลับประเทศก็ไม่มีใครเข้ามาตรวจสอบเขาอย่างแน่นอน
ขณะที่เมื่อวานนี้ (17 ก.พ. 2562 ) ทางการกรุงฮานอย ได้เผยแผนคุมเข้มรักษาความปลอดภัยก่อนเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอด "ทรัมป์-คิม" ซึ่งได้แก่ การระดมเจ้าหน้าที่ออกกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ จัดทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยตามสถานที่สำคัญๆตลอด 24 ชั่วโมง