อัยการสูงสุดจาก 16 รัฐของสหรัฐอเมริกา ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย, โคโลราโด, คอนเนตทิคัต, เดลาแวร์, ฮาวาย, อิลลินอยส์, เมน, แมรีแลนด์, มิชิแกน, มินนิโซตา, เนวาดา, นิวเจอร์ซีย์, นิวเม็กซิโก, นิวยอร์ก, ออริกอน และเวอร์จิเนีย ยื่นฟ้องร้องรัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กรณีที่ใช้อำนาจพิเศษประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อโยกงบประมาณด้านการทหารมาใช้สร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส
โดยในคำฟ้องที่ยื่นให้แก่ศาลชั้นต้นในเขตแคลิฟอร์เนียเหนือ ระบุว่า ต้องการยับยั้งการใช้อำนาจประธานาธิบดีโดยมิชอบ ด้วยการปล้นงบประมาณจากภาษีประชาชนไปใช้สร้างกำแพง พร้อมระบุว่า ทำเนียบประธานาธิบดีไม่ใช่สถานที่สำหรับการแสดงละคร
อัยการเผยว่า จะนำทุกคำพูดของทรัมป์มาเป็นหลักฐานในการยื่นฟ้อง เนื่องจากเห็นได้ชัดว่า ทรัมป์ ตัดสินใจใช้อำนาจประกาศภาวะฉุกเฉิน เพียงเพราะไม่พอใจที่สภาคองเกรสไม่ยอมอนุมัติงบประมาณให้เขานำไปสร้างกำแพงตามที่ได้ให้สัญญาไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ขณะที่สถานการณ์ตามแนวพรมแดนไม่ได้มีเหตุฉุกเฉินรุนแรงเลย
ขณะที่บรรยากาศในสหรัฐฯเมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) ซึ่งตรงกับวันประธานาธิบดี มีนักเคลื่อนไหวออกมาเดินขบวนประท้วงในหลายเมือง เพื่อประณามและต่อต้านการประกาศภาวะฉุกเฉินของทรัมป์
ก่อนหน้านี้ มีเจ้าของที่ดินในรัฐเท็กซัส รวมถึงกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมทรัมป์ ตัดสินใจยื่นฟ้องทรัมป์ เป็นกลุ่มแรก ด้วยหวังว่าศาลจะออกคำสั่งระงับการดำเนินการของทรัมป์ ไปจนกว่าการพิจารณาคดีจะเสร็จสิ้น