โดยที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้กำลังจัดแสดงผลงานของศิลปินชาวเวียดนามที่วาดภาพเหมือนของสองผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำเกาหลีเหนือ ในซีรีส์ที่มีชื่อว่า “สันติภาพ” นายเจิน เหลิ่ม บินห์ ศิลปินชาวเวียดนาม ยอมรับว่าเขาเป็นแฟนตัวยงของทรัมป์ และเริ่มวาดภาพผู้นำสหรัฐอเมริกา คนนี้ มาตั้งแต่หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ ปี 2016 โดยตอนนี้ ในสตูดิโอของเขา มีภาพเหมือนทรัมป์ร่วม 50 ภาพ บางภาพเคยนำไปแสดงบนทางเท้านอกทำเนียบขาวที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.มาแล้ว ขณะที่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มค่อย ๆ ชื่นชอบนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ขึ้นมาด้วย
ทั้งนี่ นายบินห์ หวังว่า ผู้นำทั้งสอง หรือคนใดคนหนึ่งก็ยังดี จะแวะมาชมผลงานของเขาที่นี่ และเขาก็จะมอบรูปวาดของเขาให้
ขณะที่ นายเหงียน จ่อง ทิน เจ้าของร้านเฝอหรือก๋วยเตี๋ยวเวียดนามแห่งหนึ่ง ระบุว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ประธานาธิบดีทรัมป์ และนายคิม จอง-อึน ได้ลิ้มลองเฝอของร้านเขา หรืออย่างน้อย ๆ แค่ผู้นำทั้งสองคิดถึงเฝอ คิดถึงเวียดนาม เขาในฐานะชาวเวียดนามคนหนึ่ง ก็รู้สึกภูมิใจแล้ว
สำหรับเฝอ เป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมและขึ้นชื่อของเวียดนาม เช่นเดียวกับ บุ๊นจ๋า ขนมจีนกับหมูย่าง โดยนายบารัค โอบามา อดีตประธานาบดีสหรัฐฯ เคยแวะรับประทานบุ๊นจ๋า ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ระหว่างการเยือนเวียดนามครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปี 2016 ด้วย
โดยอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของเวียดนาม ก็คือหมวกงอบทำจากใบจากที่ชาวเวียดนามเรียกว่า หนอน หลา (Non La) โดยนาง เลอ ติ เฟือง ช่างทำหมวกในหมู่บ้านเจือง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮานอย หนึ่งในหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการทำหมวกหนอน หลา บอกว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และนายคิม จอง-อึน น่าจะมีโอกาสได้สวมใส่หมวกงอบเวียดนาม เพื่อป้องกันฝนที่อาจตกลงมาในช่วงสัปดาห์การประชุม
ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของเวียดนามพยากรณ์ว่า อาจมีฝนตกเล็กน้อยและหมอกกระจายเป็นแห่ง ๆ ในช่วงกลางคืนและเช้ามืดระหว่างวันที่ 25 ถึง 27 กุมภาพันธ์
สำหรับการจราจรในกรุงฮานอยของเวียดนามแม้จะคับคั่งทุกวัน แต่ผู้ขับขี่มั่นใจว่าท้องถนนจะสัญจรได้อย่างราบรื่นระหว่างการประชุมในสัปดาห์หน้า โดยเชื่อว่าตำรวจจะบริหารจัดการได้ดีเหมือนเวลาที่เคยมีงานสำคัญอื่น ๆ ที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่าจะมีปิดการจราจรบนถนนหลายสายที่นำไปยังสถานที่ประชุมเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ สำหรับกรุงฮานอยมีจำนวนมอเตอร์ไซค์จดทะเบียนมากกว่า 5 ล้านคัน และรถยนต์อีก 500,000 คัน ซึ่งมากกว่าที่พื้นที่ถนนปัจจุบันจะรองรับได้ถึง 4 เท่า