ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ “สถานภาพผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์รับจ้าง” จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,243 ราย พบว่า 79.57% ยึดการขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นอาชีพหลัก เพียงอาชีพเดียว โดยมีรายได้เฉลี่ย 974.81 บาทต่อวัน หรือ 24,370.25 บาทเดือน
แต่ขณะเดียวกัน ก็มีภาระในครอบครัวโดยรายได้ดังกล่าวเฉลี่ยแล้วต้องนำไปดูแลทั้งหมด 4 ชีวิต ขณะที่รายจ่าย หรือ ต้นทุนของการนมอเตอร์ไซค์รับจ้างเฉลี่ย 11,633.64 บาทต่อเดือน ที่ต้องจ่ายใน 3 อันดับแรก คือ ค่าน้ำมัน ค่าผ่อนรถจักรยานยนต์ และค่าเช่าเสื้อ ซึ่ง 90.29% บอกว่า ถือเป็นภาระหนักระดับปานกลางถึงหนักมาก
และด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทางออกเดียวของพวกเขาก็คือ “การกู้เงิน” และ 69.40% มีภาระหนี้ ประมาณ 185,858 บาท โดยผ่อนชำระเฉลี่ย 5,266.30 บาทต่อเดือน ในจำนวนนี้มีหนี้นอกระบบอยู่ด้วย โดยเพื่อไปชำระหนี้เก่า ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เสริมสภาพคล่อง และ ซื้อรถจักรยานยนต์คันใหม่
แต่ปัญหาสำคัญคือ กลุ่มที่ต้องการกู้ 53.02% ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ ด้วยเหตุผล ขาดหลักประกัน ไม่มีประวัติเคลื่อนไหวทางการเงิน และไม่รู้จะติดต่อธนาคารอย่างไร เป็นต้น
ดังนั้นสิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ คือ ควบคุมราคาน้ำมัน ค่าเช่าเสื้อวิน ปรับราคาค่าโดยสาร จัดระเบียบและบทลงโทษให้เคร่งครัด และ สนับสนุนให้มีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและเข้าถึงง่าย เช่น ปล่อยกู้โดยไม่เสียดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย เพิ่มสินเชื่อโดยไม่ต้องมีหลักประกัน ทำให้ขั้นตอนสะดวกและง่ายขึ้น