เมื่อวันที่ (1 มี.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐพล อุตตะ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พบเห็นการหาเสียงของพรรคการเมือง ผ่านตาของเขาในทุกวันๆเมื่อใช้โซเชียลมีเดียเขาระบุว่า นิ่คือ สื่อหลักที่ใช้ในการรับข้อมูลข่าวสารไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง ต่อวัน เช่นเดียวกับ นายแรม แป้นประเสริฐ ชายวัยเกษียณ อายุ 66 ปี แม้เขาเลือกพิจารณานโยบายนักการเมือง ผ่านเวที ดีเบต ตามช่องโทรทัศน์เป็นหลัก แต่ก็ชอบที่จะติดตาม ผู้สมัคร ส.ส.ผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อช่วยให้อ่านนโยบายได้ละเอียดขึ้น ก่อนตัดสินใจ
นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ อาจารย์ประจำ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วิเคราะห์ว่า ปรากฎการณ์การใช้โซเชียลมีเดียสื่อสารการเมืองในการเลือกตั้งรอบนี้เด่นชัดมากที่สุด เพราะกฎระเบียบของกกต. ที่ตั้งเงื่อนไขห้ามพรรคการเมืองโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และวิทยุ จากที่เคยทำได้ในการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ประกอบกับ ระบบอินเตอร์เน็ตที่ดีขึ้น และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ราคาถูกลง โซเชียลมีเดีย จึงพลิกมาเป็นสื่อหลักสำหรับทุกคนได้ โดยเฉพาะ กลุ่ม New Voter หรือ กลุ่มผู้ใช้สิทธิ์ครั้งแรก กว่า 8 ล้านคน ที่คิดเป็นอัตราส่วน 15% ของจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด ที่ถูกวางให้เป็นเป้าหมายหลัก
เจ้าของร้านเพชรเกษม ปริ้นติ้ง กรุ๊ป ย่านนครปฐม บอกว่า แม้ยอดสั่งทำสินค้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งปีนี้ จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติ แต่ก็น้อยกว่าที่คาดไว้ถึง 50% เพราะปัจจุบันธุรกิจนี้ มีการแข่งขันที่สูงขึ้น
นายกสมาคมป้ายและการโฆษณา คาดว่า ในช่วงประมาณ 2 เดือน ก่อนเลือกตั้ง วงการป้าย การโฆษณา ในรูปแบบสื่อนอกบ้าน จะมีเงินสะพัดที่ 1,000 ล้านบาท และมองว่า วงการป้าย ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของสื่อออนไลน์
ขณะที่ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประเมินว่า ช่วงเลือกตั้ง จะมีเม็ดเงินสะพัดจากกิจกรรมของกกต.และผู้สมัครส.ส. 2 ระบบ ราว 25,000 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 0.1-0.2 % ของจีพีดี ประเทศไทยในปี 2561 ที่มีมูลค่ารวมกว่า 16 ล้านล้านบาท