นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน สั่งการให้ทุกโครงการชลประทานจังหวัด จัดทำข้อมูลสำรวจและวางแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำต้นทุนที่กรมชลประทานรับผิดชอบดูแล รวมไปถึงแหล่งน้ำธรรมชาติในเขตชลประทาน ว่า มีปริมาณน้ำเพียงพอหรือไม่ และพื้นที่ใดที่มีความอ่อนไหวหรือเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำ
ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทาน ให้บูรณาการทำงานร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน และเกษตรจังหวัด ในการดำเนินการสำรวจแหล่งน้ำในพื้นที่ว่ามีอะไรบ้าง เพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้รวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำ จัดทำเป็นรายงานสรุปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดนั้น ๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
สำหรับ สถานการณ์น้ำเมื่อวันที่ 4 มีนาคม มีปริมาณน้ำใช้การได้คงเหลือประมาณ 27,492 ล้านลูกบาศก์เมตรมีการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งไปแล้วประมาณ 15,639 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 68 ของแผนฯ ทั้งประเทศ ซึ่งเพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำในด้านต่าง ๆ
สำหรับในพื้นที่ชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 6,183 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของแผนฯ คงเหลือปริมาณน้ำที่ใช้การได้ตามแผนฯประมาณ 1,817 ล้านลูกบาศก์เมตร
ผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 61/62 ทั้งประเทศมีการเพาะปลูกไปแล้วประมาณ 8.59 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 82 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วประมาณ 0.87 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วประมาณ 5.85 ล้านไร่ เกินแผนไปแล้วร้อยละ 10 เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วประมาณ 0.52 ล้านไร่ และเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น ขอให้เกษตรกรงดทำนาปรัง หรือ นารอบที่ 3 เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตอย่างเพียงพอ เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าฤดูแล้งปีนี้มีท่าทีว่าจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่และยาวนานมากขึ้น จึงขอให้ช่วยกันรณรงค์เรื่องการประหยัดน้ำ