นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายพิชัย นะริพทะพันธุ์ น.พ.เหวง โตจิราการ นายนิคม ไวยรัชพาณิช นายอูเมส ปานเดย์ นายประภัสร์ จงสงวน อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ได้เปิดแถลงข่าว โดย นายจาตุรนต์ ระบุว่าพวกตนเป็นอดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ต้องการที่จะชี้แจงสิ่งที่จะทำต่อไป เราต้องการทำให้พรรคไทยรักษาชาติเป็นพรรคที่ทำหน้าที่ในการให้เกิดประชาธิปไตยในบ้านเมืองเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. อำนาจเผด็จการ และตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย เราได้ดำเนินการกันมาและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนดีขึ้นเป็นลำดับ แต่น่าเสียดายที่พรรคถูกยุบและยุติบทบาทลงไป
นายจาตุรนต์กล่าวว่า นอกจากคณะกรรมการบริหารถูกเพิกถอนสิทธิ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งก็จะหมดสถานะการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เมื่อเป็นเช่นนั้นจะเหลือสถานะเป็นประชาชนและนักการเมืองที่ยังไม่สังกัดพรรค และไม่เป็นผู้สมัคร แต่มีสิทธิทีเสียงในการดำเนินการต่างๆทางการเมืองได้ กกต. ก็ชี้แจงแล้วเช่นสมัครเป็นสมาชิกพรรคไหน หรือไปช่วยใครหาเสียงตามกติกากำหนดก็ได้
ส่วนอดีตผู้สมัครของพรรคไทยรักษาชาติเกือบ 300 คน ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการหารือและรับฟังความเห็นและหารือว่าจะมีบทบาทอย่างไรให้เป็นประโยชน์ที่เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้
พวกเราที่นั่งที่นี้ 9 คน ก็มีความคิดเห็นว่า เมื่อเรามีเจตนารมณ์อันชัดเจนมาแต่ต้นในการดำเนินการทางการเมืองในขั้นตอนนี้เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. แม้ว่าเราไม่ได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เราก็จะดำรงจุดมุ่งหมายที่มีมาและแสวงหาช่องทางมีบทบาททางการเมืองเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายทางการเมืองที่มีอยู่คือผลักดันรัฐบาลประชาธิปไตย
“จากนี้ไปเราจะเปิดเวทีสื่อสารกับประชาชนเพื่อใช้สิทธิแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการเห็นบ้านเมืองพ้นวิกฤตทำภาระกิจสำคัญหยุดการสืบทอดอำนาจ เราจะทำกิจกรรมในภูมิภาคต่างๆ และการดำเนินกิจกรรมคต่อไปนี้คงจะมีเสียงเรียกร้องให้เราสนับสนุนพรรคหนึ่งพรรคใด คงต้องประเมิน เนื่องจากเมื่อเราไม่ได้เป็นผู้สมัครเราต้องศึกษากฎกติกาของ กกต. เราจะทำงานแบบทำงานไม่รอเวลาให้เนิ่นช้าและทำงานให้เต็มที่ ระหว่างนั้นจะศึกษาข้อจำกัดของกฎหมาย โดยทั้งหมดจะดำรงจุดมุ่งหมายที่เรามีทุกอย่างและไม่ต้องการที่จะหยุดไปเฉยๆ เมื่อพรรคถูกยุบ เราจะไม่ยุติบทบาทไปด้วย
ขณะที่นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า แม้เส้นทางเราจะยุติแต่การแก้ปัญหายังไม่ยุติ เรามุ่งมั่นทำภาระกิจร่วมกัน ถ้าพูดให้ชัดบอกว่าไม่ได้รวมกันของกลุ่มบุคคล แต่เป็นการรวมกันของกลุ่มภาระกิจ เรียกว่า “ก้าวต่อไป เพื่อประชาธิปไตย” จากนี้เราจะเปิดเวทีพูดจาปราศรัย ในเวลาที่เหลือ 10 กว่าวัน คาดว่าอย่างน้อย 4 เวทีใน 4 ภูมิภาคต้องเกิดขึ้น จะมีมากขึ้นหรือไม่ก็อยู่ที่การประเมินสถานการณ์ การตอบรับและประโยชน์สูงสุดที่จะมีขึ้นกับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย เราเคารพการตัดสินใจของสมาชิกทุกท่าน ที่จะคิดเหมือนหรือต่างเป็นเรื่องปกติ กำหนดการลงพื้นที่เป็นวันไหนจะแจ้งอีกครั้ง สำหรับเนื้อหาสาระเราเห็นว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด แต่ทุกการแก้ปัญหาต้องพาบ้านเมืองกลับสู่ประชาธิปไตยเสียก่อน
เมื่อถูกถามเรื่องโอนคะแนน นายจาตุรนต์กล่าวว่า การโอนคะแนนไม่ได้ทำกันง่ายๆ ขึ้นกับประชาชน
เมือถามว่าถ้ามองย้อนกลับไป การเสนอชื่อนายกฯเป็นความผิดพลาดหรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่าเราไม่ขอแสดงความคิดเห็น เรื่องสรุปบทเรียนหลังเลือกตั้งก็จะไปสรุปบทเรียน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะทำ