ประเทศไทยร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งอุณหภูมิจริง และอุณหภูมิการเมือง สัปดาห์ที่ผ่านมาใครที่เดินตากแดด อาจเกิดอาการหน้ามืดและคิดถึงร่มเงาขึ้นมาตะหงิดๆ
และไม่แน่ใจว่าด้วยอากาศที่ร้อนขึ้น ทำให้คนใจร้อนตามหรือไม่ เริ่มต้นสัปดาห์ด้วย “คลิปเด็ด” ที่ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” เข้าไปพูดคุยกับทหารที่มาติดตามเขาระหว่างลงพื้นที่หาเสียง
พร้อมด้วยวาทะเด็ด ๆ “อย่างมาเพ่นพ่าน ผมเป็นประชาชนไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใครและกำลังเดินหาเสียง พร้อมฝากถึงผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ทหารให้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศชาติอย่ามาทะลึ่งยุ่งกับประชาชน”
นายทหารคนดังกล่าว ก็ไม่ใช่ทหารระดับเล็กๆ พลทหาร หรือนายร้อยที่ไหน แต่เป็นถึง “พันโท”
งานนี้กองทัพ ที่นำโดย “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ออกอาการหัวร้อนขึ้นมาทันที โดยมอบหมายให้ไปแจ้งความในนามส่วนตัวเรื่องการหมิ่นประมาท และอีกคดีคือการดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่
บางคนคิดว่าเรื่องอาจจะจบเท่านั้น
แต่คนอย่าง “บิ๊กแดง” เล่นใหญ่ไฟกระพริบ โดยวันพุธ ซึ่งมีการประชุมหน่วยขึ้นตรงวาระพิเศษ เขาได้นำผู้บังคับหน่วยกว่า 800 คนกล่าวปฏิญาณ
“ข้าพเจ้า จักรักษามรดกของพระองค์ท่าน ไว้ด้วยชีวิต , ข้าพเจ้า จักรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ แห่งพระมหากษัตริย์เจ้า เกียรติยศ และศักดิ์ศรีของทหาร , ข้าพเจ้า ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะสนับสนุนรัฐบาล ที่ยึดมั่น ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีความจงรักภักดี เคารพกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และมีการบริหารราชการ อย่างมีธรรมาภิบาล ,ข้าพเจ้า จะดูแลช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งของประชาชน ในทุกโอกาส และจะปกครองดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัว ด้วยความเมตตา และเป็นธรรม”
พร้อมด้วยมอบประกาศนียบัตร ให้ พันโทปกิจ ผลฟัก รองหัวหน้ากองยุทธการมณฑลทหารบกที่ 12 ในฐานะผบ.ร้อย.รส.กกล.รส. จ.ปราจีนบุรี ผู้ซึ่งถูก “เสรีพิศุทธ์” ตะเพิดนั่นเอง
โดยชมว่าเป็นคน ที่มีความอดทนอดกลั้น สามารถควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี จากการถูกยั่วยุที่ถูกหมิ่นประมาท ขณะปฏิบัติหน้าที่
งานนี้หลายฝ่ายมองว่า “บิ๊กแดง” จัดเต็ม ค่ำมาที่ด้านหน้ากองทัพภาคที่ 1 ก็มีการขึ้นป้ายไฟระบุว่า ถ้าไม่มีรัฐประหาร 49 “เสรีพิศุทธ์” ก็ไม่ได้เป็น ผบ.ตร.
เรื่องดูเหมือนจะลุกลาม แต่เช้ารุ่งขึ้นก็ไม่มีภาพดังกล่าวแล้ว
ไม่รู้ว่าใครอารมณ์ร้อนกว่ากันแน่ ระหว่าง “กองทัพ” กับ “เสรีพิศุทธ์” แต่ที่แน่ๆ เล่นเอาตุ้มๆต่อมๆกันไปทั่ว เพราะกองทัพไม่ได้ขยับแรงแบบนี้มานานแล้ว และจะเห็นได้ว่ากองทัพในยุค “บิ๊กแดง” ไม่ยอมใครง่ายๆ และกลายเป็นผู้เล่นทางการเมืองไปแบบเต็มตัว
กลับมาที่ฟากฝั่งการหาเสียง หลังจากชักเข้าชักออก สุดท้าย “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ก็ตัดสินใจที่จะไม่ไปร่วมเวทีปราศรัยกับพลังประชารัฐ เพราะชั่งใจแล้วงานนี้เสียมากกว่าได้แน่นอน
นอกจากนี้ยังมีเรื่อง ว่าที่ ส.ว. ที่สุดท้าย คสช. จะเป็นคนเคาะ แต่คนที่เสนอชื่อก็คือ “บิ๊กป้อม” พี่ชายคนโตแห่งบูรพาพยัคฆ์ ที่งานนี้ คนใกล้ชิด “ตู่ – ป้อม –ป๊อก” ตบเท้าเข้ามากันพร้อมเพรียง
เอาเป็นว่า 250 ส.ว. นอกจากจะมี 6 ผบ.เหล่าทัพโดยตำแหน่ง ยังอาจมีขุนทหาร ทั้งรุ่นใหม่รุ่นเก่าเต็มไปหมด และต้องไม่ลืมว่าเขาเหล่านี้นี่แหละจะเข้าไปเลือก นายกรัฐมนตรี
ไม่แปลกที่หลายคนครหาว่า ส.ว. ชุดนี้ ไปๆมาๆ อาจจะเข้าลูป “ประยุทธ์ เลือก ส.ว. - ส.ว. ก็กลับไปเลือกประยุทธ์”
แต่ที่เป็นไฮไลท์ของสัปดาห์นี้คงหนีไม่พ้น ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค “ไทยรักษาชาติ” แม้ไม่เหนือความคาดหมาย แต่หลายคนก็ยังทำใจไม่ได้
หากไปดูคำวินิจฉัยจะเห็นว่านี่เป็นฐานปราณีแล้ว เพราะบอกว่าเป็นเพียงปฏิปักษ์ ไม่ถึงทำลายล้าง เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ทำให้โทษต้องได้สัดส่วน จากที่หลายคนเก็งว่าถ้าโดนคงถูกประหารชีวิตทางการเมืองอย่างการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต เหลือเพียง “เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี”
แน่นอนว่าผลที่เกิดขึ้นเสียหายใหญ่หลวง เพราะตามกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทย “แตกแบงค์พันเป็นแบงค์ร้อย” งานนี้ต้องถือว่าแบงค์ร้อยใบใหญ่หายไป พวกเขาจะทำอย่างไร เพราะเพื่อไทยเองก็ไม่ได้ส่งลงทุกเขต โดยเฉพาะเขตที่ทับซ้อนกัน
ทำให้คะแนนรวมหรือป๊อปปูลาร์โหวต หายไปไม่น้อย ส่งผลต่อเสียง ส.ส. อย่างไม่ต้องสงสัย
งานนี้มีบางพรรครอช้อนคะแนนเสียงอยู่ แต่ขึ้นกับว่าจะไหลไปทางไหน
แม้ “ไทยรักษาชาติ” จะถูกยุบ แต่พวกเขายังไม่ตาย เพราะวันเสาร์แกนนำได้ออกมาแถลงเดินหน้าตั้งเวทีปราศรัย โดยวัตถุประสงค์ที่พวกเขาพูดชัดคือ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ และ จัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย
ขึ้นกับว่าฝั่งรัฐจะแก้เกมอย่างไร
อีกสองอาทิตย์จะถึงเลือกตั้ง และครั้งนี้คนน่าจะมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก ดูจากคนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า และกระแสคนใช้สิทธินอกราชอาณาจักร
ว่ากันว่าคราวนี้คนใช้สิทธิอาจถล่มทลาย และยิ่งมาก อาจไม่เป็นคุณกับผู้กุมอำนาจเท่าไหร่
ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่มั่นคง ความขัดแย้งที่ยังไม่หายไปไหน และทำท่าจะมากขึ้นทำให้สถานการณ์ยิ่งใกล้วันยิ่งล่อแหลมขึ้นเรื่อยๆ