แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ลดระดับลงจนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนชาวแพสองฝั่งแม่น้ำ ชาวเรือนต้องชักลากแพ และกระชังปลาลงร่องน้ำลึก ป้องกันแพเกยตื้น และ ลูกบวบไม้ไผ่ได้รับความเสียหาย
ที่จังหวัดอุทัยธานี สถานการณ์ภัยแล้งทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ล่าสุดปริมาณน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง ที่ไหลผ่านตัวเมืองอุทัยธานี ระดับน้ำได้ลดลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงบ้านน้ำตก และตลาดริมน้ำสะแกกรัง ไปยังวัดอุโปสถาราม หรือ วัดโบสถ์ จนถึงบริเวณพญาไม้รีสอร์ท พบว่าน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนชุมชนชาวแพทั้ง 2 ฝั่งริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง กว่า 200 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แต่ละครัวเรือนแพนับร้อยหลังต้องชักลากเรือนแพ และกระชังปลาลงร่องน้ำลึกเพื่อป้องกันลูกบวบไม้ไผ่ทุ่นลอยน้ำของแพได้รับความเสียหาย ซึ่งชุมชนชาวแพได้ขอให้ชลประทานผันน้ำจาก เขื่อนภูมิพลลงมาเติมในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาเติมในแม่น้ำสะแกกรังให้อยู่ในสภาพที่ดีขึ้นกว่านี้
ส่วนที่จังหวัด มหาสารคาม ชาวบ้านที่บ้านหัวช้าง ม.12 ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง หลังแหล่งน้ำดิบซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำประปา ที่มีพื้นที่กว้างประมาณ 3. 5ไร่ ลึกประมาณ35เมตร แห้งขอด จนไม่สามารถผลิตน้ำประปาได้ ปัจจุบันชาวบ้านใช้น้ำประปาผิวดิน ที่มีการเปิด-ปิดเป็นเวลา ซึ่งก่อนที่จะปิดน้ำได้การประกาศให้กับชุมชนรับทราบเพื่อที่จะได้รองน้ำน้ำไว้ใช้ เป็นเช่นนี้มานานนับเดือนล่าสุดผู้นำชุมชนได้มีการร้องขอไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่าให้รอวันที่ 22 มีนาคม นี้ เนื่องจากทางเขื่อนอุบลรัตน์จะปล่อยน้ำจากเขื่อนลงคลองชลประทานมาเพื่อให้ชาวบ้านนำไปอุปโภค บริโภค จึงอยากวอนหน่วยงาน เข้ามาขุดลอกคลองเพิ่มเติมเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง เพราะดูจากสถานการณ์ตอนนี้คาดว่าไม่เกินเดือน คงไม่มีน้ำกินน้ำใช้แน่นอน
ด้านจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สั่งการให้ทางสำนักชลประทานที่ 8 เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล สูบน้ำจากคลองส่งน้ำ อ่างเก็บน้ำห้วยบง มาเก็บไว้ในสระน้ำขนาดใหญ่ของหมู่บ้านละโล้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หลังชาวบ้าน กว่า 500 หลังคาเรือน ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนแหล่งน้ำใช้ในการอุปโภค บริโภค สระน้ำขนาดใหญ่ ที่ใช้สำหรับผลิตน้ำประปาในหมู่บ้าน แห้งขอดจนหมด ทำให้ไม่สามารถสูบน้ำดิบขึ้นมาผลิตเป็นน้ำประปา แจกจ่ายให้กับชาวบ้านได้