วันนี้ 15 มี.ค. 2562 นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยถึงนโยบายในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากต่างชาติ เพราะมองว่าการตัดสินเป็นสองมาตรฐาน มีความลักลั่นในกระบวนการยุติธรรมทางการเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อความเชื่อมั่นด้านการลงทุน รัฐบาลที่ถูกรัฐประหารจึงถูกกล่าวหาในทางที่ไม่ดีเสมอ
ส่วนคนที่จะเข้ามาตรวจสอบก็มักอยู่ภายใต้คณะรัฐประหาร อย่างในกรณีของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศนั้น หัวหน้าพรรคเพื่อชาติย้ำว่า หลายประเทศเขาเห็นว่ามาจากถูกการใส่ร้ายทางการเมือง ซึ่งทางพรรคมองว่าคนอย่างนายทักษิณ ถือเป็นสินทรัพย์ของประเทศไทย
ส่วนนโยบายด้านการทหารนั้น พรรคเพื่อชาติ ได้ประกาศจะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เพราะมองว่าการสู้รบในอนาคตเป็นเรื่องของเทคโนโลยี กำลังทหารจะต้องไปอยู่ภาคการผลิต หรือศูนย์บัญชาการ เนื่องจากการรบไม่จำเป็นต้องใช้กำลังอีกต่อไปแล้ว ส่วนปัญหาความเหลื่อมล้ำ จากระบบอุปถัมป์จากการผูกขาดที่ไปกองอยู่กับกลุ่มบุคคล จึงเกิดปัญหารวยกระจุกจนกระจาย จึงมีนโยบายยกเลิกสัปทานผูกขาด อาทิ การผลิตเหล้าที่มีการผูกขาดอยู่เพียงไม่กี่รายเท่านั้น ผ่านการใช้กฎหมายที่มีอยู่
ด้าน นายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ได้กล่าวเสริมถึงกรณีของนาย ทักษิณ ว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นสองมาตรฐาน อย่างการฉีกรัฐธรรมนูญเข้ามามีอำนาจถือเป็นความผิดถึงขั้นประหาร แต่มีการนิรโทษกรรมทำให้ผู้ยึดอำนาจเข้ามาไม่มีความผิด ฉะนั้นการจะยุติปัญหาต่างๆในประเทศไทยได้ คือ ต้องมีพื้นที่กลางให้ทุกฝ่ายเข้ามาพูดคุยกัน พรรคเพื่อชาติจึงประกาศจะเป็นเกาะกลางที่จะให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน หลังจากนี้สิ่งที่นายทักษิณควรได้ คือ การกลับให้กลับมาประเทศไทย แล้วพิจารณาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส
ประวัติ “ทักษิณ ชินวัตร” จาก “ตำรวจ-นักธุรกิจ” สู่วิบากกรรม ทางการเมือง