แต่หากเราลงพื้นที่ไปดูราคาขายแคร่ไม้ไผ่ตามร้านขายเฟอร์นิเจอร์ จะพบว่า มีหลายราคา อย่าง ที่ร้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่บ้านหนองหญ้ารังกา ตำบลโพนทอง อำเภอเมืองชัยภูมิ ซึ่งเปิดร้านขายแคร่ไม้ไผ่มาแล้วกว่า 15 ปี
ร้านนี้มีแคร่หลายขนาด และหลายราคา ตั้งแต่ 600 บาท ไปจนถึง 1500 บาท โดยแคร่ไม้ไผ่ที่หน้าตราเหมือนกับในรูปที่ถูกแชร์ในโซเชียล คือ เป็นแคร่ไม้ไผ่แบบธรรมดา ขนาดเล็ก นอนได้คนเดียว ราคาอยู่ที่ 600 บาท
แต่หากพ่อค้าคนกลางมาซื้อไปขายต่อก็จะมีราคาสูงขึ้นเป็น 900 บาท และอีกแบบจะเป็นเตียงขนาดใหญ่ 6 ฟุต นอนได้ 2 คน มีหัวเตียงและมีที่กั้นด้านข้าง แบบนี้จะมีราคา 1,500 บาท
เจ้าของร้านยังให้ข้อมูลว่า ยอดขายตอนนี้ถือว่าพอได้ เพราะมีโรงพยาบาลสนาม มาขอซื้อแคร่ไม้ไผ่ เพื่อไปเตียงรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนาม ซึ่งก็ขายให้ราคา 600 บาท ถ้าสั่งจำนวนมาก ยังสามารถลดราคาลงได้อีก
ส่วนประเด็นที่มีการแชร์ในออนไลน์เจ้าของร้านคนนี้ บอกว่า ได้ยินมาเหมือนกัน และงงว่าทำไมราคาสูงถึง 1,500 บาท เพราะจริง ๆ แล้วราคาตกตัวละ 600 บาทเท่านั้น
ด้านนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เล่าประสบการณ์ว่า การขอออกบิลเกินราคา เป็นการทุจริตที่พบเจอบ่อยมาก มองว่า หากเกิดขึ้นอีกถือเป็นการทุจริตที่โง่เง่าที่สุด เพราะตรวจสอบง่าย เตือนว่า อย่าคิดว่าจะตบตาผู้ตรวจสอบได้
นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า การฉวยโอกาสในภาวะวิกฤตถือว่าเป็นการกระทำที่ให้อภัยไม่ได้ เพราะแทนที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ กลับยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ยากให้ประชาชน เมื่อวานว่า การทุจริตแบบไหนที่พบบ่อยในช่วงภาวะวิกฤต นายพิศิษฐ์ บอกว่า มีทั้งการสร้างหลักฐาน บิลใบเสร็จปลอม ออกบิลเกินราคา สั่งซื้อในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น ส่งของไม่ครบตามจำนวน คุณภาพด้อยกว่าราคา ซึ่งทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ ท้องถิ่นจะอ้างไม่ได้ว่าสั่งซื้อเพราะจำเป็นเร่งด่วนจึงทำให้ขาดการตรวจสอบ เพราะทุกอย่างมีหลักเกณฑ์ ราคา ปริมาณ คุณภาพ ต้องสมเหตุสมผล