เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปที่ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้เสียหายบันทึกไว้หลังตึกที่กำลังทุบอยู่ ถล่มมาทับเสาไฟ จนเสาไฟล้มระเนระนาด มีเสียงไฟฟ้าระเบิดเป็นระยะดังตามมา นายพิธิวัฒน์ บอกว่า ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากเสียงดังมาตลอด แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะคิดว่า บริษัท น่าจะทำตามกฎหมาย และมีมาตรฐานถูกต้อง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ ซอยลาดพร้าว 8 แยก 1 ตึกดังกล่าวเป็นตึกสูง 3-4 ชั้น เป็นตึกเก่าที่อยู่ระหว่างการรื้อถอนเพื่อปรับปรุงเป็นคอนโดสูง 30-40 ชั้น
จากการสำรวจ พื้นที่พบว่า เสาไฟล้มทับประตูบ้าน เศษอิฐ หิน ปูน กระจายเต็มพื้นที่ซอย รั้วสแตนสีเขียวที่กั้นพื้นที่ไว้ขาดเกือบทั้งหมด
เมื่อสอบถามนางสาวภัทรภร จิตใจฉ่ำ ผู้รับเหมาทุบตึก ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ตึกถล่ม เป็นแค่ ชิ้นส่วนที่เกิดจากการทุบทำลายหล่นใส่กันสาด ยืนยันว่า บริษัทมีอุปกรณ์ป้องกันตรงตามมาตรฐาน ทั้งแผ่นเมทัลชีท กันสาด และโครงเหล็ก รวมถึงกระบวนการป้องกันเหตุระหว่างการทุบตึก จะห้ามไม่ให้รถผ่านในช่วงที่มีการทุบตึก และมีการดูเรื่องผลกระทบทั้งฝุ่นละออง และซากปรักหักพัง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานและมีหน่วยงานออกใบอนุญาตรองรับ ตามข้อมูลพบว่า บริษัทนี้เพิ่งเข้ามาทุบตึกได้ 12 วัน งานคืบหน้าใกล้เสร็จ คือทุบตึกไปแล้ว 80-90%
ส่วนนายนายพิธิวัฒน์ ผลจันทร์หลาก เจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายจากตึกถล่ม เปิดเผยว่า นอกเหนือรั้วบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหาย ยังมีบ่อปลาคราฟ ที่เลี้ยงปลาไว้หลายตัว ทั้งบ่อ มีปลารวมมูลค่าเกือบ 5 หมื่นบาท โดยทันทีที่ไฟดับเขาเร่งหาถังออกซิเจนมาใช้ชั่วคราว โดยบริษัทรับเหมารื้อตึก เป็นคนหามาให้ เพื่อแก้ขัดก่อน เพราะไม่ทราบว่า ไฟฟ้าจะกลับมาใช้ได้เมื่อใด
ทีมข่าวพูดคุยกับ นายไพโรจน์ จีรบุณย์ อาจารย์พิเศษ คณะสถาปัตย์กรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่พักอาศัยอยู่ในคอนโดข้างเคียง ให้ความเห็นว่า การรื้อถอนของบริษัทนี้ผิดขั้นตอนเพราะ ใช้วิธีการให้ตึกถล่มลงมาเอง ซึ่งตามหลักไม่ควรเป็นแบบนั้น เพราะจะเกิดแรงกระแทก
สำหรับความเสียหาย ด้านไฟฟ้า เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง ระบุว่า มีเสาไฟฟ้า ขนาด 8 เมตร 50 เซนติเมตร และเสาไฟขนาด 12 เมตร ได้รับความเสียหาย คอนโดขนาดใหญ่ 2-3 จุด ได้รับผลกระทบ ส่วนเรื่องความเสียหายอยู่ระหว่างการประเมิน ซึ่งจะต้องเร่งแก้ไขให้สัญญาณไฟฟ้ากลับมาใช้ได้เหมือนเดิมก่อน เชื่อว่า เย็นนี้การซ่อมแซมน่าจะเสร็จสิ้น