เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากน้ำชุมพร เข้าตรวจสอบเหตุพระสงฆ์มรณภาพ ที่วัดพิชัยยาราม จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเป็นกุฏิลักษณะเป็นห้องปลูกติดกัน 4 ห้อง โดยภายในห้องที่สองจากขวามือ พบพระสงฆ์นอนมรณภาพอยู่ภายในห้อง สภาพกึ่งนั่งกึ่งนอน ศีรษะพาดอยู่บนโต๊ะทำงานขนาดเล็ก มีโน้ตบุ๊กตั้งอยู่บนโต๊ะ ห่มจีวรครึ่งล่าง ทราบฉายาตามบัตรประชาชน คือ พระมหาพายุ ปรึกษา อายุ 35 ปี ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ส่วนภายในกุฏิไม่พบการรื้อค้น ทุกอย่างวางเป็นระเบียบปกติ
ด้าน พระมหาสมศักดิ์ กิจฺจสาโร เจ้าอาวาสวัดพิชัยยาราม หรือวัดท่ายางกลาง เปิดเผยว่า พระมหาพายุ ป่วยเป็นโรคหัวใจ เดินไกล ๆ จะมีอาการหอบ เหนื่อย ง่าย แต่ก็ไม่ถึงขนาดล้มหมอนนอนเสื่อ ยังเดิน พูดคุยได้ปกติ ตนเองก็พยายามช่วยเหลือ โดยอนุญาตไม่ต้องให้ออกมาทำวัตร หรือกิจอื่นใด และขอให้ดูแลรักษาตัวอยู่เฉพาะกุฏิ ส่วนอาหารนั้น ได้จัดให้ชาวบ้านและพระลูกวัด นำมาถวายให้ฉันที่กุฏิ และเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ทาง หน่วยพยาบาลของ โรงพยาบาลปากน้ำชุมพร ได้จัดรถมารับ พระมหาพายุ ไปฉีดวัคซีนชิโนฟาม เข็มที่ 2 พร้อมกับพระรูปอื่น ๆ และหลังจากที่ฉีดวัคซีนแล้ว ก็เดินทางกลับมา ก็ยังปกติ มีการโพสต์เฟซบุ๊ก ถึงการไปรับวัคซีนเข็มสอง และอยู่ระหว่างรอดูอาการ มีสมาชิกในเฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเยอะ ทุกคนเป็นห่วง เพราะทราบว่าท่าน เป็นกลุ่มเสี่ยง แต่เพราะด้วยรับการฉีดวัคซีนมาแล้ว 1 เข็ม จึงคาดว่าจะไม่เป็นอะไร แต่รุ่งเช้าของวันที่สาม ชาวบ้านได้นำอาหารจะมาถวาย แต่พบว่าประตูไม่เปิด จึงให้พระลูกวัดช่วยมาเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบ จึงเอะใจ ได้ช่วยกันงัดหน้าต่างเข้าไปก็พบว่าพระมหาพายุ นอนฟุบเสียชีวิตอยู่หน้าโต๊ะคอมฯจึงได้แจ้งเจ้าอาวาสและแจ้งให้ทางตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว
ต่อมาทางพ่อและและญาติ ทราบข่าวได้เดินทางมาดูศพพระมหาพายุ ด้วยความเศร้าโศก โดยเฉพาะทางผู้เป็นพ่อ ที่ป่วยเป็นอัมพฤติครึ่งซีก ร้องไห้ด้วยความเสียใจล้มฟุบ ทางญาติต้องช่วยกันพยุงออกมาปลอบใจ และไม่ติดใจในการเสียชีวิตของพระมหาพายุ ทางเจ้าน้าที่จึงได้มอบศพให้นำไปทำพิธีทางสานาต่อไป