คลิปวิดีโอที่ครูคนหนึ่งนำมาโพสต์ในติ๊กต็อก พร้อมข้อความที่ ระบุว่า รื้อสมบัตติฝ่ายกิจการ มีรายชื่อใครบ้างมารับโทรศัพท์คืน ในคลิปครูท่านนี้ได้แกะห่อกระดาษที่ห่อโทรศัพท์ไว้ และเขียนชื่อนักเรียนและวันที่ยึดโทรศัพท์มือถือออก เกือบทั้งหมดเป็นมือถือที่ยึดมาตั้งแต่ปี 2555 พร้อมบอกให้นักเรียนที่มีรายชื่อมารับ ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ว่าเหตุใดครูจึงไม่คืนโทรศัพท์เหล่านี้ เพราะหากย้อนไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน โทรศัพท์หลายรุ่นมีราคาค่อนข้างสูงหลักหมื่น
ทนาย ชี้ กระบะชนซูเปอร์คาร์ ประมาทร่วม แต่คนขับกระบะต้องชดใช้ค่าเสียหาย
ดราม่า! หนุ่มโชว์ปลูกผักบนดาดฟ้าสูง หวั่นอาคารทรุด สภาวิศวกรเตือนอันตราย
โดยมีการตั้งข้อสังเกตุว่าการยึดทรัพย์สินนักเรียนและไม่ยอมคืนนั้นทำได้หรือไม่ หลายคนยังมาแชร์ประสบการณ์ที่โดนโรงเรียนยึดโทรศัพท์ไปเช่นกัน ภายหลังครูท่านนี้ได้โพสต์อีกคลิปบอกว่า ในช่วงนั้นได้แจ้งให้นักเรียนมาโทรศัพท์แล้ว แต่เป็นไปได้ว่าการมารับต้องให้ผู้ปกครองมารับด้วย ทำให้เด็กบางคนอาจกลัว เพราะการให้ผู้ปกครองมาโรงเรียนนั้นเป็นเรื่องใหญ่ และก่อนยึดก็ได้แจ้งตั้งแต่ปฐมนิเทศน์แล้วว่าเป็นระเบียบของโรงเรียน
ด้านนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ ให้ความเห็นว่า ครูไม่มีอำนาจยึดโทรศัพท์ หรือทรัพย์สินของนักเรียน แม้จะมีการแจ้งแล้วว่าห้ามนำมาโรงเรียนและหากนักเรียนทำผิดระเบียบก็ควรใช้การลงโทษไม่ควรยึดทรัพย์สิน เพราะหากมีการแจ้งความก็อาจเข้าข่ายข้อหายักยอกทรัพย์ หรือ หามีการขู่เข็นเพื่อยึดทรัพย์สินก็จะเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ได้