เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ผ่านเพจ “อีซ้อขยี้ข่าว2” ซึ่งเป็นการแชร์ข้อมูลของนักท่องเที่ยวหญิงชาวรัสเซียคนหนึ่ง ที่ร้องขอความช่วยเหลือพร้อมกับภาพเด็กชายที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเพจดังอ้างว่า เรื่องนี้ถูกตีแผ่ผ่านสื่อของรัสเซีย หลังคุณแม่ วัย 35 ปี พาลูกชายไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนแห่งหนึ่งที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จากนั้นลูกชายได้พลัดตกลงไปในบ่อน้ำพุร้อน ผิวหนังถูกน้ำร้อนลวกไปถึง 90%
แต่พอไปแจ้งความขอให้ดำเนินการตรวจสอบสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวถึง 3 ครั้ง แต่ทางตำรวจไทยกลับเพิกเฉย พร้อมขอความช่วยเหลือหลังค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูงอาจเป็นเงินถึงหลักล้านบาท
ล่าสุดวันนี้ (14 ต.ค.64) พลตำรวจตรี วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยวท่องเที่ยว2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางเข้าพบ นางอิลิน่า เครปโตว่า อายุ 35 ปี ชาวรัสเซีย เพื่อเข้าเยี่ยมอาการของเด็กชาย มิคาอิว อิวานอฟ อายุ 7 ปี ที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม พร้อมพูดคุยเจรจากับทางครอบครัวผู้บาดเจ็บ และให้การช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น
นางอิลิน่า ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนพร้อมสามี และลูกชายได้เดินทางมาจากพัทยาเพื่อมาเที่ยวภาคเหนือ โดยลงเครื่องที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม จากนั้นได้เช่ารถไปเที่ยวที่อำเภอปาย เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม เวลาประมาณ 11.00 น. ระหว่างทางได้แวะถ่ายรูปที่น้ำพุร้อน แต่ลูกชายเกิดพลัดตกลงไปในบ่อน้ำร้อนประมาณ 5 วินาที จึงได้รีบนำตัวลูกชายส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งลูกชายมีแผลฉกรรจ์รุนแรง ตั้งแต่บริเวณท้อง-แขน-และขา ต้องทำการผ่าตัดถึง 3 ครั้ง จนล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู นางอิลิน่า ระบุอีกว่า บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ไม่มีรั้วกั้นที่ปลอดภัย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกชายพลัดตกลงไปในบ่อน้ำพุร้อนดังกล่าว
แม่ของเด็ก กล่าวต่อ สิ่งที่ครอบครัวกังวลคือเรื่องค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากไม่ได้ทำประกันไว้ โดยขณะนี้ได้รับการช่วยเหลือในเบื้องต้นจากมูลนิธิออร์โธด็อกซ์ในกรุงเทพฯ เป็นเงินจำนวน 5แสนบาท แต่ก็ยังกังวลถึงค่ารักษาพยาบาลในอนาคต
ล่าสุดทางตำรวจท่องเที่ยว ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อน้ำพุร้อนดังกล่าว จากการสำรวจพบว่าน้ำพุร้อนแห่งนี้ เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ อยู่ริมถนนที่เชื่อมต่อระหว่าง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน กับ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ บริเวณบ่อที่อยู่ติดถนน มีราวเหล็กกั้นเป็นแนวยาว และมีป้ายแจ้งเตือนมองเห็นชัดเจนว่า “พื้นที่อันตราย ห้ามลงเล่น” รวมทั้งยังมีป้ายบอกด้วยว่า "บ่อต้มไข่ อุณหภูมิ 94 องศาเซลเซียส"
ส่วนประเด็นที่นางอิลิน่า บอกว่า ตำรวจ สภ.ปาย ไม่รับแจ้งความ ล่าสุดเพื่อนของนางอิลิน่าได้ชี้แจงว่า เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน พร้อมระบุว่านางอิลิน่าไม่ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ปาย แต่อย่างใด แต่ได้เดินทางเข้าจังหวัดเชียงใหม่ทันทีหลังเกิดเหตุเพื่อรีบนำลูกชายส่งโรงพยาบาล หลังจากนั้นได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ช้างเผือก โดยช่วงแรกติดขัดด้านการสื่อสารทำให้ตำรวจยังไม่สามารถลงบันทึกได้ ก่อนที่นางอิลิน่าจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับล่ามซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ตำรวจท่องเที่ยวจะประสานงานในเรื่องการย้ายตัวผู้บาดเจ็บไปพักฟื้นในโรงพยาบาลของรัฐเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า นอกจากนี้จะดูว่าเงินกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในส่วนของกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว จะสามารถนำมาช่วยเหลือเคสนี้ได้หรือไม่ ขณะเดียวกันจะหารือเจ้าของพื้นที่บ่อน้ำพุร้อนดังกล่าว แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอยู่ในความดูแลของทางหลวงชนบท หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นอีก