ดราม่า ตร.หลับในโรงพัก-ผกก.ขอดูภาพยืนยัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีเพจเฟซบุ๊ก "อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 2" ได้โพสต์ภาพและข้อความ หลังมีสมาชิกเพจแจ้งว่า เห็นเหตุการณ์รถชนเต๊นท์แล้วหนี จึงรีบไปตามตำรวจ ที่โรงพักในพื้นที่รับผิดชอบ ให้มาตรวจสอบ แต่กลับไม่เจอตำรวจ สุดท้ายพบว่าตำรวจที่เข้าเวรแอบนอนหลับอยู่

ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ จุดเกิดเหตุบริเวณ หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนลาดหญ้า แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร พบว่า บริเวณริมถนนด้านหน้าธนาคาร มีเต็นท์ ตั้งสีขาวตั้งอยู่ เนื่องจากมีการจัดงานวางพวงมาลา บริเวณลานสมเด็จพระเจ้าตากในช่วงเย็นวันนี้ (28 ธันวาคม)

จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณเสาของเต็นท์ มีร่องรอยการถูกชน เป็นรอยบุบ ทีมข่าว สอบถาม นายพงษ์ (สงวนนามสกุล) ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 01.30 น. 

 

ขณะที่เขากำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ จู่ๆ มีรถเก๋ง ไม่ทราบยี่ห้อ ถอยหลังมาชน จนเต็นท์พังลงมา

ระหว่างนั้นคนขับเดินลงมาดูท่าทางคล้ายกับคนเมา เขาจึงรีบโทรศัพท์แจ้ง 191 เพราะเกรงว่าคนขับจะหนี ผ่านไปประมาณ 30 นาทีตำรวจก็เดินทางมาถึง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะ จุดเกิดเหตุ เป็นพื้นที่นอกเขตรับผิดชอบ

พลเมืองดีคนนี้ จึงรีบขับรถไปที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยาแทน เพราะเห็นว่าจุดเกิดเหตุ เป็นพื้นที่รับผิดชอบโดยตรง แต่เมื่อเดินทางไปถึงในโรงพัก กลับไม่พบตำรวจอยู่เลย  เขาพยายามตะโกนเรียกหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีคนออกมา แต่เมื่อชะโงกหน้าไปมองในห้อง พบว่ามีตำรวจนอนหลับอยู่ จึงเคาะประตูเพื่อจะสอบถาม เเต่ทางตำรวจกลับตอบกลับมาว่า คดีแพ่ง ไม่ต้องไปก็ได้ เดี๋ยวเช้าค่อยไปดูอีกที

ทีมข่าวโทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.อ.มหพล สายหยุด ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา ระบุว่า หลังจากได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นจุงมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันว่า พนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดแล้ว พบว่าเต๊นท์ที่ถูกชนเป็นของหน่วยงานราชการจริง แต่ไม่พบรถที่ชนเต็นท์

ส่วนความเสียหาย พบว่าเต็นท์มีลักษณะเอียงลงมาเล็กน้อย จึงกลับมาที่โรงพัก  กระทั่งพลเมืองดีเดินทางเข้ามาที่โรงพัก ส่วนที่คนแจ้งอ้างว่า เห็นตำรวจนอนหลับอยู่นั้น ทางผู้กำกับบอกว่า ควรนำภาพถ่ายมายืนยันด้วย เพราะตนเองก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

พ.ต.อ.มหพล ยังบอกอีกว่า ในช่วงเวลากลางคืน ปกติโรงพักจะมีร้อยเวรและตำรวจสิบเวร ที่อยู่ประจำ สน. คอยรับเรื่องร้องทุกข์ ประมาณ 5-6คน  แต่เมื่อคืนตร.บางส่วนต้องคอยเตรียมงาน สำหรับเช้าวันรุ่งขึ้น จึงทำให้เหลือเจ้าหน้าที่อยู่แค่ 2-3 คนเท่านั้น

ส่วนเหตุการณ์ดังกล่าว ต้องให้เจ้าของทรัพย์สินเป็นผู้มาแจ้งความร้องทุกข์เอง เพราะ เป็นคดีที่สามารถยอมความกันได้ แต่หากเจ้าของไม่มาแจ้งความ พนักงานสอบสวนก็จะไม่สามารถดำเนินคดีได้ เบื้องต้นทางเจ้าทุกข์ ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะทรัพย์สินเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ