จากกรณีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับประชาชนในขณะนี้ จนทำหลายคนสูญเสียทรัพย์สินไปถึงขั้นหลักล้านบาท นายสมพงษ์ อัศวบุญมี ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์โทรศัพท์ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยว่า ทาง NT มีความห่วงใย และต้องการร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน จึงได้จัดทำ “NT Gateway Report Center” ขึ้นมา โดยมีรายละเอียด ดังนี้
รู้จัก “NT Gateway Report Center”
“NT Gateway Report Center”เป็นระบบช่วยตรวจสอบความผิดปกติของหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งสามารถช่วยตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเมื่อพบความผิดปกติ เช่น การโทรเข้ามายังหมายเลขในเวลาเดียวกัน, หมายเลขที่ไม่มีตัวตน (Unassigned No., Spare Code) หรือ อื่น ๆ จะระงับการโทรจากหมายเลขต้นทางที่มีความปกติ และแจ้งไปยังผู้ให้บริการในต่างประเทศเพื่อให้ตรวจสอบและระงับการส่งทราฟฟิคของหมายเลข
“NT Gateway”ป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างไร?
สำหรับการป้องกันการเกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี NT ได้ปรับรูปแบบหมายเลขโทรศัพท์ระหว่างประเทศขาเข้าให้มีรูปแบบตามมาตรฐานโทรคมนาคมของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU-T) รูปแบบเดียว คือ มีเครื่องหมาย “+” นำหน้าตามด้วยรหัสประเทศ เช่น +381631900756 ดังนั้นขอให้ประชาชนเฝ้าระวัง ดังนี้
- หากมีสายเรียกเข้าที่มีหมายเลขต้นทางขึ้นต้นด้วย +
ให้พึงสังเกตหากไม่ได้มีญาติหรือผู้ติดต่อที่อยู่ต่างประเทศให้งดรับสายในทุกกรณี
- แจ้งความผิดปกติมายัง NT Contact Center 1888
จากนั้น NT จะระงับการโทรจากหมายเลขต้นทางที่มีความผิดปกติและประสานแจ้งไปยังผู้ให้บริการโครงข่ายในต่างประเทศให้ตรวจสอบและระงับการโทรของหมายเลขต้นทางมายังปลายทางในประเทศไทย ขณะเดียวกันประชาชนผู้ใช้บริการที่ถูกหลอกลวงให้แจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ ยังสามารถแจ้งความผิดปกติที่ สน.ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายได้
ส่วนในกรณีที่เป็นการเรียกเข้าด้วยหมายเลขภายในประเทศ นายสมพงษ์ กล่าวด้วยว่า “ขออย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่โทรมาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ โดยแจ้งว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดและขอตรวจสอบเงินในบัญชี หรือขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน NT ขอให้ทุกท่านโปรดระมัดระวังการโจรกรรมข้อมูลทางออนไลน์ เพื่อป้องกันการสูญเงินและความเสียหายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น”
ครม.อนุมัติเงินช่วยเหลือพิเศษผู้สูงอายุคนละ 100-250 บาทเป็นเวลา 6 เดือน