หลังจากกรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนพระราม 6 ทำให้พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 40 เซนติเมตร -1.00 เมตร ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงยกระดับการเตือนภัยน้ำท่วมเป็นระดับ 2 เฝ้าระวัง ระดับน้ำทั้งภายในและภายนอกนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 3 แห่ง ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมนครหลวง อำเภอนครหลวง เป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ด้วย
นายดิสพล ยิ้มขลิบ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมนครหลวง บอกว่า ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการควบคุมภาวะฉุกเฉินรองรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาได้สร้างเขื่อนกันน้ำให้สูงจากระดับถนนภายในนิคมสูงเป็น 4 เมตร เพิ่มขึ้น 75 ซม.จากปี 54 หรือ +8.20 จากระดับน้ำทะเล เนื่องจากประเมินว่าในปี 2554 เป็นระดับน้ำสูงสุดแล้ว รวมถึงได้เตรียมแผนการสูบน้ำออกนอกพื้นที่ด้วยเครื่องสูบน้ำจำนวน 4 ตัว ศักยภาพ 26,100 ลบ.ม.ต่อชั่วโมง พร้อมกับปั๊มพญานาคอีก 3 จุด หรือ 3,400 ลบ.ม. รวมศักยภาพ 29,300 ลบ.ม.
ผู้อำนวยการนิคมฯ นครหลวง ย้ำว่า ด้วยตัวพื้นที่ของตัวอุตสาหกรรมต่างจากพื้นที่ในกรุงเทพ ที่เป็นที่ราบต่ำ พื้นที่นิคมนครหลวงส่วนใหญ่ติดกับคูคลอง เป็นพื้นที่ลุ่มรับน้ำ จึงไม่มีปัญหาในทางกายภาพการระบายน้ำ และเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาซ้ำรอยปี 2554 ยกเว้นกรณีที่ระดับน้ำมาสูง และหนักกว่าปี 54 หลายเท่า ซึ่งมีโอกาสน้อยมากๆ