ร้องคุ้มครองพยาน เหตุรู้ความลับ จ่าคลั่งกราดยิง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้ประกอบการสร้างบ้านพักขายให้กับกำลังพลกองทัพบก เข้าร้องขอให้กระทรวงยุติธรรมคุ้มครองพยาน หลังถูกนายพลในกองทัพบกข่มขู่คุกคามเพราะรู้ความลับที่เป็นต้นตอเหตุจ่าคลั่งกราดยิงที่โคราช

คลิปหนึ่งในหลักฐานที่ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ นำมายื่นให้กับว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นขอคุ้มครองพยาน คือ น.ส.ก้อย พร้อมสามี และ น.ส.เบิร์ด นามสมมุติ  ผู้ประกอบการสร้างบ้านพักขายให้กับกำลังพลกองทัพบก เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายจากการถูกนายพลคุกคามทำร้าย เพราะล่วงรู้ความลับที่เป็นชนวนเหตุคดีจ่าคลั่งกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา เมื่อ 8-9 ก.พ.ปี 2563

โดยคลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่นายพลคู่กรณีเข้ามายื้อแย่งเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินสวัสดิการกองทัพบกที่ไม่เป็นธรรม และเป็นชนวนเหตุจ่าคลั่งกราดยิง นอกจากนี้ยังมีคลิปเสียงที่โทรมาข่มขู่ด้วย

ทนายไพศาล กล่าวว่า  ผู้ประกอบการที่มาขอคุ้มครองพยานเองก็มีสามีเป็นทหารระดับนายพัน แต่ก็ยังถูกข่มขู่เอาชีวิตเหตุเพราะถูกหญิงที่เป็นเครือญาตินายทหาร หรือป้า น. ที่ถูกจ่าคลั่งยิงเสียชีวิตด้วย เอาชื่อโครงการบ้านที่สร้างขายและป้ายโบว์ชัวร์ไปแอบอ้างกับกำลังพลหลายพื้นที่ว่าเป็นของตัวเอง ทำให้มีกำลังพลเข้าใจผิดมาร้องเรียนเพราะถูกหักเงินไป

 ซึ่งมีการอ้างว่า กรมสวัสดิการทหารบก จะต้องหักค่าธรรมเนียมกองทัพบก 5% ยกตัวอย่างเช่น บ้านราคา 1 ล้านบาท กำลังพลจะต้องกู้สวัสดิการ วงเงิน 1,500,000 บาท และจะถูกหัก 5% คือ 75,000 บาท เป็นค่าธรรมเนียมกองทัพบก โดยกำลังพล หรือ ผู้กู้ จะไม่ทราบว่ามีการหักเงินตรงส่วนนี้ไว้

นอกจากนี้ ยังหักค่าเงินทอนส่วนต่างอีกประมาณ 4 แสนบาท ซึ่งเงินก้อนนี้จะต้องเก็บไว้เพื่อตกแต่งบ้าน ทำให้จำนวนเงินหายจากที่ได้รับจริง 2 ส่วน คือ ส่วนหัก 5 % และ ส่วนหักค่าเงินทอน

ซึ่งประเด็นนี้กรณีของจ่าคลั่งอาจทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเงินทั้ง 2 ส่วน ไปอยู่กับผู้ประกอบการ จึงไปตามทวงถามเงินกับผู้ประกอบการ ก็คือ ป้า น. ที่ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น  ประกอบกับบ้านที่จ่าคลั่งซื้อ แต่ยังสร้างไม่เสร็จ ระบบน้ำไฟต่างๆ ก็ยังไม่เสร็จ จึงไม่พอใจและก่อเหตุ ซึ่งนายพลคู่กรณีก็พยายามกลั่นแกล้งผู้ประกอบการโดยให้กำลังพลมาร้องเรียน แต่เรื่องแดงขึ้นเพราะหนึ่งในกำลังพลนั้นคือสามี น.ส.ก้อย

ด้าน น.ส.ก้อย เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นผู้ประกอบการสร้างบ้านขายให้กับกำลังพลของกองทัพบก แต่ก็ไม่เคยทราบว่าถูกหักเงิน 5% เพราะถูกกรมสวัสดิการเก็บไว้อ้างเป็นค่าธรรมเนียมของกองทัพบก สุดท้ายแล้วไปสืบสาวราวเรื่อง จนทราบว่า 5% ตรงนี้กองทัพบกไม่มีระเบียบในการจัดเก็บ  แต่เป็นการเก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเองของนายทหารคนหนึ่งของ

ซึ่งก่อนเกิดเหตุจ่าคลั่งกราดยิง 25 วัน ตนเคยร้องไปที่กรมสวัสดิการทหารบกแล้ว ซึ่งทางกรมก็รับทราบ แต่เพิกเฉยไม่แก้ปัญหาทำให้เป็นชนวนเหตุกราดยิงขึ้น  และหากเธอไม่ออกมาร้องเรียนวันนี้ ก็อาจเกิดเหตุจากความเข้าใจผิดของกำลังพลเกิดขึ้นได้อีก

สำหรับขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านสวัสดิการที่ถูกต้องนั้น ปกติจะกู้ผ่านกองการออมทรัพย์ กรมสวัสดิการทหารบก ซึ่งจะมีกรรมการตรวจสอบหลักทรัพย์และสาธารณูปโภค ก่อนนัดทำนิติกรรมซื้อขายและจำนองที่ สนง.ที่ดิน

จากนั้นกรรมการจ่ายเช็คให้ผู้กู้ซื้อบ้าน ก่อนที่ผู้กู้จ่ายเช็คค่าบ้านให้ผู้ประกอบการ และทหารรับเงินทอนตกแต่งกับผู้ประกอบการตามที่ตกลงไว้

ในขณะที่ขั้นตอนการปลูกสร้างในที่ดินของตนเอง  จะมีกรรมการตรวจขั้นตอนการก่อสร้างเพื่อรับงวดงานก่อนนัดทำนิติกรรมจำนองที่ สนง.ที่ดิน  พร้อมจ่ายเงินงวดที่ 1  จากนั้นผู้กู้ต้องถ่ายรูปบ้านส่งเพื่อเบิกเงินงวดที่ 2ก่อนที่กรรมการจะตรวจการปลูกสร้างบ้านให้พร้อมผู้อยู่อาศัย และถ่ายรูปคู่กับผู้กู้  มิเตอร์น้ำ และมิเตอร์ไฟ ก่อนรับเช็คงวดที่ 3 กับกรรมการตรวจหลักทรัพย์

แต่ในกรณีจ่าคลั่ง ซึ่งกู้ปลูกสร้างบ้าน 1.5 ล้านบาท พบว่าในขั้นตอนจำนองที่ดินนั้น ได้รับเงินงวดที่1 จำนวน 50 เปอร์เซ็นต์

ส่วนงวดที่ 2 ได้รับเงินเพียง 25  เปอร์เซ็นต์  โดยกรรมการตรวจบ้านงวดสุดท้ายให้ผ่าน  แต่บ้านกลับไม่พร้อมอยู่อาศัย และไม่มีไฟฟ้า  และไม่ได้รับเงินกู้งวดที่3 แต่ได้เงินงวดสุดท้ายแค่  25 เปอร์เซ็นต์

ด้านว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนการกู้ยืมเงินสวัสดิการทหารบกว่าเป็นอย่างไรและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง พร้อมให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ ดูแลคุ้มครองพยาน และ ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมช่วยตรวจสอบว่าจะให้ดำเนินคดีในข้อหาอะไรได้บ้าง หากมีเจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์จริง

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ