จากกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกหญิงสาว ชาวอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทันธานี ว่าเป็นสรรพากร แจ้งให้ชำระภาษี โดยส่งแอพพลิเคชั่นมาให้กรอกข้อมูล หลังจากนั้น ได้โอนเงินออกจากบัญชีธนาคารไปจนเกลี้ยง พร้อมทั้งทำธุรกรรมกู้เงินจากบัตรเครดิต รวมความเสียหายกว่า 2.263 ล้านบาท
น.ส.ดวงพร อายุ 35 ปี เล่าให้ฟังว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 1พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีโทรศัพท์เข้ามา บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร แจ้งว่า ร้านขายส่งสุรา และ บุหรี่ของพ่อที่เลิกกิจการไปแล้ว ยังมีชื่อค้างอยู่ในระบบ
โดยแนะนำให้เข้าไปกรอกข้อมูลตามลิงค์ที่จะส่งให้ เพื่อทางกรมสรรพากรจะได้ดึงข้อมูลร้านเก่าออก แต่เธอได้บอกกับปลายสายว่า ร้านที่บอกนั้นจดทะเบียนในชื่อพ่อ แต่ทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์บอกว่า เธอเป็นคนไปเสียภาษีแทนพ่อ ซึ่งก็เป็นความจริง ทำให้หลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร
จากนั้นได้ให้เธอเพิ่มเพื่อนในไลน์ ซึ่งรูปในไลน์เป็นตราสัญลักษณ์ของกรมสรรพากร พร้อมกับให้เธอโหลดแอพพลิเคชั่นที่ส่งมา แล้วกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์แนะนำให้กดตั้งค่าภายในเครื่องเพื่ออนุญาตให้เข้าข้อมูล และบอกรหัส OTP 6 หลักหลังจากนั้นหน้าจอโทรศัพท์มือถือค้าง ไม่สามารถใช้งานได้อยู่สักพัก พร้อมทั้งขึ้นข้อความว่า กำลังตรวจสอบข้อมูล ชื่อ - นามสกุล ตอนนั้นรู้สึกเอะใจ
เมื่อโทรศัพท์กลับมาใช้งานได้ ก็รีบเข้าไปดูเงินในบัญชีธนาคาร พบว่ายอดเงินอยู่ 932,801 บาท หายไปเกลี้ยงบัญชี และวงเงินกู้ยืมผ่านบัตรเครดิต เพื่อสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ก็ถูกแปรจากเงินกู้โอนเป็นเงินสดโอนเข้ามาภายในบัญชี ก่อนทำการโอนไปที่บัญชีอื่นทันที 2 ยอด ยอดแรกจำนวน 994,977.4 บาท และยอดที่สองอีกจำนวน 336,000 บาท
เมื่อตั้งสติได้ ก็รีบโทรศัพท์แจ้งไปยังธนาคารให้ช่วยอายัดบัญชี แต่เงินในบัญชีถูกโอนย้ายไปบัญชีต่างธนาคารจนหมดแล้ว ทางธนาคารจึงแนะนำให้รีบไปแจ้งความทันที ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.ลานสัก ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าบัญชีที่ถูกโอนเงินไป เป็นบัญชีม้า ในชื่อหญิงสาว อายุ 16 ปี อยู่ในจังหวัดสระบุรี
จึงได้แจ้งความออนไลน์กับตำรวจไซเบอร์ ได้คิวรับเรื่องวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งตอนนี้ร้อนใจมาก อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามช่องทางการเงินดังกล่าวให้เร็วที่สุด โดยมีความหวังน้อยนิดว่าจะได้เงินกลับคืนมาบ้าง เพราะตอนนี้เงินหมดบัญชี และยังต้องเป็นหนี้เงินกู้บัตรเครดิตที่ถูกโอนออกไปกว่าล้านบาท