การประชุมของบอร์ด กสทช. ในวันนี้ เริ่มขึ้นในเวลา 9.30 น. วาระสำคัญคือ การประชุมพิจารณาว่า กสทช. จะพิจารณานำเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. มาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลกหรือไม่ หรือหากอนุมัติจะให้กรอบงบประมาณเท่าไหร่
ขณะเดียวกัน ยังมีการเชิญตัวแทนของสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) โดยนายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) พร้อมคณะทำงานชุดเล็กของสมาคมฯ ซึ่งเป็นตัวแทนจากช่องทีวีดิจิตอล
"มาดามเดียร์" จวก กฎ Must Carry กสทช. ทำวุ่นลิขสิทธิ์ชมฟุตบอลโลก 2022
ประกอบกับเงินกทปส. เหลือ 2,800 ล้านบาท หากนำเงินมาซื้อลิขสิทธิ์ ซึ่งถือเป็นเงินก้อนใหญ่ อาจจะไม่มีเงินเหลือพอให้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของเงินก้อนนี้
ส่วนการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. วันนี้มีนายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กทท. นำทีมหลายฝ่ายเข้าประชุม โดยได้สรุปเนื้อหาทุกประเด็น ที่กสทช. ขอให้สรุปมาก่อนหน้านี้ ทั้งเรื่องค่าลิขสิทธิ์จำนวน 1,600 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายส่วนอื่น เช่น การคาดการณ์มูลค่าจากการถ่ายทอดสดที่จะสะพัดในตลาดกว่า 40,000 ล้านบาท
ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาแสดงความเห็นว่า หากวันนี้ กสทช. อนุมัตินำงบกองทุนกทปส. มาใช้ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอล เสี่ยงที่จะผิดกฎหมายได้
พร้อมตั้งคำถามว่าการทำในสิ่งที่กฎหมายไม่อนุญาตเพื่อทำตามใบสั่งของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นการหวังหาคะแนนเสียงในการเลือกตั้งสมัยหน้าหรือไม่ มองว่าการจะใช้งบ กทปส.ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควร แนะกสทช. ควรจะทบทวนกติกา Must have Must carry เพื่อเปิดโอกาสให้กับเอกชนเข้ามาซื้อลิขสิทธิ์และทำกำไรได้ จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กับทุกฝ่าย พร้อมท้ารัฐบาล หากเชื่อว่าการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ก็ใช้งบกลางแทน
ส่วนนายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึง พฤติกรรมและการใช้จ่ายผลกระทบด้านธุรกิจและสังคมไทยในช่วง World Cup 2022 จากผลสำรวจ 1,257 ตัวอย่างทั่วประเทศ คาดการณ์ว่าจะมีการใช้จ่ายทั้งในและนอกระบบเศรษฐกิจประมาณ 75,815 ล้านบาท คิดเป็นในระบบ 18,561 ล้านบาท นอกระบบหรือการพนันบอล 57,253 ล้านบาท ภายใต้สมมติฐานที่ประเทศไทยจัดให้มีถ่ายทอดสดการแข่งขัน เพราะจะทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจคึกคัก ทั้งการสังสรรค์ ทานอาหาร และกิจกรรมอื่นๆ รวมถึงระยะเวลาในการแข่งขันปีนี้ยาวนานกว่าปีก่อนๆ แต่หากไม่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันจะทำให้เม็ดเงินหายไปจากระบบราว 5 พัน - 1 หมื่นล้าน