“วิโรจน์” แฉอีก! ส่วยทางหลวงค้าสำนวน เรียกเงิน จนท.หลายฝ่ายอาจมีเอี่ยว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” แฉอีก! ส่วยทางหลวงค้าสำนวนเรียกรับเงิน เปลี่ยนโทษหนักเป็นเบา-รถไม่ถูกยึด ชี้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายอาจมีเอี่ยว

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก บอกว่า ปัญหาส่วยทางหลวง ไม่ได้พัวพันกับตำรวจทางหลวงบางนายเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ด่านชั่งบางคน กับพนักงานสอบสวนบางนาย ก็อาจมีส่วนร่วมด้วยโดยอาศัยกฎหมาย ที่บทกำหนดโทษไม่ได้สัดส่วน เป็นเครื่องมือในการรีดไถผู้ประกอบการขนส่ง

โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นนั้น ประกอบด้วย พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61 วรรคหนึ่ง มาตรา 73/2 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 มาตรา 36

“วิโรจน์” ชี้แก้ต้นตอส่วย-ทบทวนกฎหมาย ปิดช่องโหว่เจ้าหน้าที่รีดไถปชช.

สหพันขนส่งทางบกฯ ส่งไม้ต่อ “วิโรจน์”ดำเนินการส่วยรถบรรทุก

ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้เขาเรียกกันว่า "การค้าสำนวน" ซึ่งทั่วไปมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ

รูปแบบที่ 1: รังแกผู้ประกอบการที่ไม่มีเจตนาในการกระทำความผิด

โดยปัจจุบันน้ำหนักจำกัดของรถพ่วง คือ ไม่เกิน 50.5 ตัน ซึ่งรถบรรทุกที่ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำผิดกฎหมาย ทั่วไปก่อนที่จะออกรถ ก็มักจะชั่งน้ำหนักเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำหนักที่บรรทุกนั้นไม่เกินแน่ๆ แต่เมื่อถูกเรียกเข้าด่านชั่ง กลับปรากฏว่า น้ำหนักเกิน แต่เกินไปแค่ 100-200 กิโลกรัม เท่านั้น ซึ่งอาจจะเกิดจากความคลาดเคลื่อนของเครื่องชั่ง ก็เป็นได้ เพราะถ้ามีเจตนาที่จะบรรทุกน้ำหนักเกิน เจ้าของรถบรรทุกเขาไม่บรรทุกเกินแค่ 100-200 กิโลกรัม หรอกครับ แต่ด้วยโทษที่หนักถึงขั้น "ริบรถ" ทำให้พนักงานสอบสวนบางคน ใช้เป็นเครื่องมือในการรีดไถเจ้าของรถ

คือ ถ้ายอมจ่ายส่วยให้ 50,000-70,000 บาท พนักงานสอบสวนก็จะทำสัญญาเช่ารถเท็จขึ้นมา และบันทึกในสำนวนว่า "ผู้ขับรถไม่ได้เป็นลูกจ้างของเจ้าของรถ แต่เช่ารถมาจากเจ้าของรถอีกที" เพื่อให้รถบรรทุกไม่ต้องถูกริบ

ส่วนรูปแบบที่ 2: ปล่อยผู้ที่มีเจตนาบรรทุกเกินให้ลอยนวล

ในกรณีที่มีการจับกุมรถบรรทุกที่มีเจตนาบรรทุกน้ำหนักเกินอย่างชัดเจน เช่น 70-100 ตัน และเมื่อดูจากสภาพรถ ก็ทราบโดยทันทีว่ามีการดัดแปลงต่อเติมรถ เพื่อบรรทุกน้ำหนักเกิน รถบรรทุกประเภทนี้ ตามหลักสมควรต้องถูกริบทรัพย์ เพื่อป้องกันไม่ให้เอาไปวิ่งบนถนนอีก แต่ปรากฏว่า พอเจ้าของรถยอมจ่ายส่วยให้กับพนักงานสอบสวนบางนาย พนักงานสอบสวนคนนั้น ก็จะเปลี่ยนน้ำหนักในสำนวนจาก 70-100 ตัน ให้กลายเป็น 52 ตัน (เกิน 50.5 ตันมาเพียงเล็กน้อย) พร้อมกับทำสัญญาเช่ารถเท็จขึ้นมาให้ เพื่อเปลี่ยนโทษจากหนักให้กลายเป็นเบา ที่สำคัญรถบรรทุกที่ควรต้องถูกยึด กลับไม่ต้องถูกยึด ทั้งๆ ที่สภาพรถมีการดัดแปลงเพื่อบรรทุกเกินชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ในการแก้ปัญหานี้ คงต้องทบทวนอย่างรอบคอบว่า บทกำหนดโทษตามกฎหมายที่มีอยู่ นั้นสามารถพิจารณาเป็นอัตราก้าวหน้า ที่ได้สัดส่วนกับความผิดที่กระทำ ได้หรือไม่ อย่างไร หมายความว่าคนที่กระทำผิด เขาควรต้องได้รับโทษอย่างได้สัดส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐบางคน เอาโทษที่หนักเกินสัดส่วน มาใช้เป็นเครื่องมือในการรีดไถ ตบทรัพย์ประชาชน

คนที่ไม่ได้มีเจตนาจะกระทำความผิด จะได้ไม่ถูกกฎหมายกลั่นแกล้งรังแก ในขณะเดียวกัน ผู้ที่มีเจตนากระทำความผิด จะได้ไม่ต้องลอยนวล

“สำหรับการค้าสำนวนที่พนักงานสอบสวนบางคน ยังลักลอบกระทำอยู่ ผมขอร้องให้หยุดเถอะครับ เรื่องแบบนี้มันพิสูจน์ย้อนหลังได้ว่า สำนวนที่พนักงานสอบสวนทำ นั้นตรงกับข้อเท็จจริง หรือไม่ โทษในการค้าสำนวนนี่หนักมาก เชื่อผม เลิกได้ก็เลิกเถอะ”

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ