สถาบันวิจัยดาราศาตร์แห่งชาติ หรือ สดร. เผยภาพผ่านเฟซบุ๊ก เผยให้เห็นภาพถ่ายเนบิวลาฝีมือคนไทย ที่ถ่ายโดยคุณวชิระ โธมัส พร้อมได้รับรางวัลรางวัลชนะเลิศ การประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ประจำปี 2566 ประเภทวัตถุในห้วงอวกาศลึก (Deep Sky Objects)
โดยภาพเนบิวลาดังกล่าวประกอบด้วย “เนบิวลาค้างคาวบิน” และ “เนบิวลาหมึกกล้วย” ซึ่งเป็นเนบิวลาที่ไม่ค่อยได้พบเห็นนัก เนื่องจากจะสามารถพบเห็นได้ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย ทำให้ท้องฟ้าไม่โปร่ง สังเกตเห็นได้ยาก
เปิดภาพ รวมดาวเสาร์ถ่ายโดยคนไทย ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา
สดร. เผยว่า คุณวชิระ ถ่ายภาพดังกล่าวไว้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา บริเวณอำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ใช้กล้อง ZWO ASI2600mc-pro เลนส์ WO Redcat51 ขนาดรูรับแสง 51 มิลลิเมตร ความยาวโฟกัส 250 มิลลิเมตร อัตราส่วนทางยาวโฟกัส f/4.9 และตั้งค่าความไวแสง หรือ ISO ไว้ที่ 100
สดร. ระบุว่า ภาพกลุ่มแก๊สไฮโดรเจนสีแดงขนาดใหญ่ในภาพ คือบริเวณของ “เนบิวลาค้างคาวบิน” หรือ Sh2-129 เป็นเนบิวลาเปล่งแสง (Emission nebula) อยู่ในบริเวณกลุ่มดาวซีฟิอัส ห่างจากโลกประมาณ 2,300 ปีแสง ซึ่งได้ซ่อนอีกเนบิวลาหนึ่งไว้ภายใน นั่นคือ “เนบิวลาหมึกกล้วย” หรือ OU4 มีลักษณะโดดเด่นคือแสงที่เปล่งออกมานั้นเป็นสีเขียวอมฟ้า ซึ่งเกิดจากการแตกตัวของแก๊สออกซิเจน ทำให้เกิดสีตัดกันอย่างสวยงาม
เนบิวลาทั้งสองนี้ เพิ่งถูกค้นพบเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2554 โดย นิโคลัส เอาท์เตอร์ส นักถ่ายภาพดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งการเปล่งแสงของเนบิวลานี้ เกิดจากการได้รับพลังงานมหาศาลจากดาวฤกษ์มวลมากชื่อ HR 8119 หรือ HD 202214 ที่ปรากฏสว่างเด่นอยู่ใกล้ใจกลางเนบิวลา
สดร. เผยความท้าทายของการถ่ายภาพนี้ว่า เนบิวลาทั้งสอง จะสังเกตได้ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทยเท่านั้น จึงมีโอกาสบันทึกภาพน้อยมาก เนื่องจากสภาพท้องฟ้าที่ไม่เอื้ออำนวย อีกทั้งเนบิวลาหมึกกล้วยยังแผ่รังสีที่ค่อนข้างจางมาก ต้องบันทึกภาพผ่านฟิลเตอร์ Oiii เท่านั้น จึงต้องอาศัยการเก็บสะสมสัญญาณภาพเป็นเวลานาน เพื่อให้ปรากฏสีเขียวอมฟ้าอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังระบุว่า คุณวชิระ ได้ถ่ายภาพ 2 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 ใช้ฟิลเตอร์ Optolong L-eXtreme เพื่อให้ได้สัญญาณช่วงไฮโดรเจนแอลฟากับ Oiii เป็นเวลา 50 ชั่วโมง ส่วนชุดที่ 2 ใช้ฟิลเตอร์ IDAS D1 เพื่อเก็บแสงของดาวอื่น ๆ เป็นเวลา 20 ชั่วโมง รวมเวลาทั้งหมดกว่า 70 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำมาประมวลผลด้วยโปรแกรมเพื่อให้ได้รายละเอียดมากที่สุด
เรียบเรียงจาก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ