เปิดจดหมาย 7 หน้า “น้องซาน่า” กดดันจากการฝึกจนป่วย-ซึมเศร้า


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เปิดรายละเอียดจดหมาย 7 หน้า “น้องซาน่า” ส.ต.ต.หญิง ถูกกดดันจากการฝึกจนป่วย มีอาการโรคซึมเศร้า-คิดฆ่าตัวตาย

จากกรณี ส.ต.ต.หญิง คนธรส หรือน้องซาน่า โพสต์เฟซบุ๊ก ของ ส.ต.ต.หญิง คนธรส หรือน้องซาน่า ที่บรรยายถึงอาการเจ็บป่วยและความรู้สึกอัดอั้นในใจ จากการถูกครูฝึกกดดันจนทำให้ป่วยทางจิตนั้น ล่าสุดพบว่าเธอยังเขียนจดหมายบรรยายถึงความเจ็บปวดไว้ถึง 7 หน้า ว่าอะไรคือสาเหตุของการที่เธอต้องมาป่วยหนักขนาดนี้

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ปีที่แล้ว (2566) น้องซาน่าเริ่มเข้ารับการฝึกเข้าเป็นกองร้อยน้ำหวาน โดยวันนี้เป็นวันแรก เรียกว่าวันต้อน

คอนเทนต์แนะนำ
ตำรวจหญิงโพสต์ลา ถูกทำโทษหนักจนป่วย อนาคตดับสลาย
สตช.เร่งสอบปมส.ต.ต.หญิงถูกทำโทษจนป่วยหนัก ยัน ไม่ทอดทิ้งผู้ใต้บังคับบัญชา
รอง ผบช.น.ลั่นพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เร่งตรวจสอบปม ตร.หญิงถูกทำโทษ

ไทม์ไลน์น้องซาน่า รายการเข้มข่าวค่ำ
ไทม์ไลน์น้องซาน่า กดดันจากการฝึกจนป่วย 19-29 มี.ค.2566

โดยวันแรกเป็นวันที่ครูฝึกจะแนะนำค่ายให้นักเรียนรู้จัก ด้วยวิธีการ หมอบ คลาน วิ่ง และจังหวะที่มีการสั่งให้ ลุก หมอบ เท้าของเพื่อน เตะถูกศีรษะน้องซาน่าเข้าโดยไม่ตั้งใจ น้องซาน่าจึงเริ่มมีอาการปวดศีรษะ แต่คิดว่าเพราะแดดร้อนและฝึกหนัก

19 มี.ค. 2566 เธอเริ่มสังเกตว่าศีรษะเธอบวมผิดปกติ จึงไปแจ้งครูฝึกครูฝึกบอกว่าให้รอดูอาการเพราะนักเรียนเป็นแบบนี้ทุกปี ไม่มีใครเป็นอะไร วันรุ่งขึ้น น้องซาน่ามีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนระหว่างเข้าแถว จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหัวหิน แพทย์คนที่ 1 วินิจฉัย “มีเลือดออกในสมอง” และแพทย์คนที่ 2 วินิจฉัย มีอาการสมองบวม แม่น้องซาน่าจึงขอส่งตัวน้องซาน่าไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ

โดยน้องซาน่าถูกส่งต่อมาที่โรงพยาบาลตำรวจในวันที่ 20 มี.ค.2566 แพทย์ตรวจแล้วลงความเห็นว่า มีอาการสมองบวม ศีรษะได้รับบาดเจ็บ เวียนหัว น้องซาน่ารักษาตัวอยู่ 9 วัน วันที่ 29 มี.ค.2566 ออกจากโรงพยาบาลกลับเข้าค่ายเพื่อกลับเข้าฝึก โดยมีใบรับรองแพทย์ไปยื่นให้ครูฝึก ใบรับรองแพทย์ระบุว่า “ให้หยุดพักรักษาตัวเป็นเวลา 14 วัน”

แต่ปรากฎว่า ครูฝึกให้น้องซาน่าเข้ารับการฝึกทันทีโดยไม่ให้หยุดพัก ไม่พอยังสั่งให้ยืนเวรผลัดแรก ทำให้น้องซาน่าได้นอนหลับเพียงวันละ 2-3 ชั่วโมงและยังถูกกดดันด้วยคำพูด จากครูฝึก ต่างๆนานาระหว่างฝึก อาการเริ่มกำเริบเวียนศีรษะ ปวดหัว ทานข้าวไม่ได้ เริ่มมีอาการของโรคซึมเศร้า

อาการของน้องซาน่าหนักขึ้นเรื่อยๆ จนวันที่ 1 เม.ย. 2566 ซาน่ามีอาการไอแทรกซ้อน ไอและอาเจียนเป็นเรื่อย แต่ยังถูกบังคับให้ฝึกต่อ กระทั่งวันที่ 10 เม.ย. ซาน่าถูกหามเข้าห้องฉุกเฉิน 19 เม.ย.2566 แพทย์วินิจฉัย “ซาน่าปอดติดเชื้อ”

ระหว่างรักษาโรคปอดติดเชื้อ อาการสมองบวมก็ยังไม่ดีขึ้น 12 เม.ย.2566  แพทย์เปิดผล ซีทีแสกน พบ เลือดออกในสมอง ระหว่างนั้น ซาน่าเริ่มมีอาการทางจิต ร้องไห้ หูแว่ว ตาลอย หลอนเสียงเท้าและนกหวีด พูดน้อย ฝันร้าย

ไทม์ไลน์น้องซาน่า รายการเข้มข่าวค่ำ
ไทม์ไลน์น้องซาน่า กดดันจากการฝึกจนป่วย 29 มี.ค.-7 เม.ย.2566

วันที่ 18 เม.ย.2566 เธอจึงถูกส่งตัวไปรักษา โรคซึมเศร้า ที่แผนกจิตเวช รักษาตัวอยู่ถึง 16 วัน ระหว่างนั้นทางกองกำกับ พยายามบอกว่าให้กลับมาฝึกเพราะขาดฝึกจะครบกำหนดแล้ว พ่อและแม่ของเธอจึงหอบใบรับรองแพทย์ ทั้งใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับสมองบวมที่ระบุว่าห้ามออกแรง เพราะสมองบาดเจ็บ และใบรับรองแพทย์อาการซึมเศร้า วิตกกังวลรุนแรงจาก “เหตุการณ์สะเทือนใจซึ่งมีที่มาจากการฝึก” ให้พัก 14 วัน ไปให้ผู้กำกับที่ค่าย ผู้กำกับรับปากจะดูแลน้องซาน่าอย่างดีระหว่างฝึก น้องซาน่าจึงกลับมาฝึกแต่ปรากฎว่า สิ่งที่เธอเจอกลับตรงกันข้ามกับคำว่าดูแลอย่างดี

ในจดหมายของน้องซาน่า ระบุว่า ระหว่างฝึก เธอเจอคำพูดที่กดดัน ทำร้ายจิตใจ เธอทุกวัน ไม่พอครูฝึกยังปฏิบัติต่อเธออย่างไม่แยแสอาการป่วยที่เป็นอยู่ คำพูดที่เธอเจอ เช่น ครูจอย พูดว่าใส่เธอตอนอาการป่วยกำเริบว่า “จะไปวัดไหน ศาลาไหนล่ะ ระวังรถเลี้ยวผิดเข้าศาลานะ”, ร.ต.อ. อธิปัตย์ ชี้หน้าเธอและ พูดว่า "ถ้าเรื่องวันหยุดหลุดถึงหูเพื่อน รู้นะว่าหลุดมาจาก...” โดยพูดแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนๆระหว่างฝึก, ร.ต.อ. อธิปัตย์คนเดิมยัง พูดใส่หน้าเธอประจำระหว่างฝึกว่า "134(รหัสการฝึกของซาน่า) เข้าตาหลายรอบแล้วนะ", ครูฝึกคนอื่นๆ ว่าร้ายให้เธอได้ยิน เช่น เป็นแค่หัวบวมน้ำ, หายนานแล้วแต่ไม่กลับมาฝึกเอง, แม่เยอะหรอ, พ่อเป็นทหารยศใหญ่พันเอก, มีที่ไหนจะให้ครูไปขอโทษนักเรียน

นอกจากนั้นยังมีครูฝึก พูดแซะตอนทานข้าว และมีเมนูเป็นผัดซีอิ๊วว่า “ไหนใครเส้นใหญ่”, ครูก้อยเอาเชือกฟาดจนขาเป็นรอย ตะโกนว่า "134 อย่าโง่เอาหัวไป โดนเท้าเพื่อนอีกล่ะ", ครูกระปุก“ทำโทษโดยการให้ยืนเวรผลัดแรกทุกวัน” ทั้งที่ป่วย, ครูฝึกบางคนยังให้ ทำท่าที่ใช้แรงและใช้ศีรษะ โดยไม่สนใจอาการป่วยของเธอ

จดหมายที่เธอเขียนบรรยายความในใจของเธอยาวถึง 7 หน้า ท่อนท้ายเธอบอกว่าเธอเคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้งแต่ก็ยังคิดถึงพ่อแม่จึงไม่ได้ตัดสินใจทำลงไป

ขณะเดียวกันวันนี้แม่น้องซาน่าให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เชื่อว่าอาการป่วยของน้องเกิดขึ้นหลังเข้ารับการฝึกอบรมตำรวจแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้น้องเป็นคนร่าเริง เรียนเก่ง และได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ส่วนเรื่องดังกล่าวแม่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย จนกระทั่งไปเจอน้องที่โรงพยาบาลและรู้ว่าความเห็นของแพทย์ไม่ตรงกันจึงพาน้องไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ

และจากที่พูดคุยกับน้อง น้องเล่าให้ฟังว่าหลังบรรจุเข้ารับราชการตำรวจก็ถูกส่งไปฝึกอบรมตามโครงการต่าง ๆ โดยในหลักสูตรมีการรับน้อง ส่วนเหตุการณ์ในค่ายถึงแม้ไม่ได้เห็นกับตาแต่ก็เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุจึงส่งไปรักษาตัว แต่ก็มีคำสั่งให้กลับไปฝึกต่อทั้งที่ยังมีอาการป่วยอยู่ สภาพร่างกายยังไม่ปกติ ส่วนรายละเอียดเรื่องที่น้องถูกด้อยค่า แม่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็เชื่อว่าเป็นไปตามที่น้องโพสต์ เแม่ยอมรับว่าตกใจที่อาการของลูกเป็นแบบนี้

ไทม์ไลน์น้องซาน่า รายการเข้มข่าวค่ำ
ไทม์ไลน์น้องซาน่า กดดันจากการฝึกจนป่วย 8-17 เม.ย.2566

ส่วนหลังจากนี้จะให้ลูกรับราชการตำรวจต่อหรือไม่ ยืนยันว่าน้องยังอยากรับราชการอยู่ เพราะมีความเข้มแข็งและตั้งใจอยากรับราชการ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากให้ลูกเป็นคนตัดสินใจว่าจะเป็นตำรวจต่อหรือไม่ โดยให้สิทธิ์น้องเป็นคนตัดสินใจ

ส่วนการกีดกันจากผู้บังคับบัญชา แม่ไม่ทราบข้อมูลส่วนนี้ ต้องให้น้องเป็นคนบอก แต่ยอมรับว่าน้องมีความกดดันและเครียดเนื่องจากเป็นโรคซึมเศร้าที่ไม่สามารถหายได้

ขณะเดียวกันวันนี้น้องมะนาว เพื่อนสนิทน้องซาน่าได้ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลด้วย มะนาวเล่าว่าเป็นเพื่อนกับน้องซาน่าตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ที่ผ่านมาน้องซาน่าเป็นคนสดใสร่าเริงและไม่มีอาการทางจิต แต่ยอมรับว่าตั้งแต่เกิดเรื่องซาน่าได้โทรศัพท์มาปรึกษาบ่อย บอกว่าเป็นอุบัติเหตุจากการฝึก และบอกอีกว่าตอนนี้ตนเองไม่มีคุณค่า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยพูด แต่ก็ไม่เลวร้ายถึงขั้นโพสต์บอกลา ส่วนตัวเชื่อว่าครั้งนี้ซาน่าคงสุด ๆ แล้วจึงเขียนบรรยายความรู้สึกลงในโพสต์

ส่วนคำพูดด้อยค่าจากคนรอบข้าง ใครเป็นคนพูดหรือกดดันเพื่อนน้องซาน่า ขอไม่บอก เพราะกลัวว่าจะมีปัญหาตามมา แต่ยืนยันว่าเกิดจากการฝึกแน่นอน ส่วนบรรยากาศภายในค่ายตนไม่รู้ แต่เชื่อว่าหากซาน่าสภาพปกติก็คงฝึกต่อได้ แต่ครั้งนี้หลังเกิดอุบัติเหตุก็ยังต้องกลับไปฝึกอีกจึงทำให้อาการทรุดหนักลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการฝึกที่มีการใช้ศรีษะทั้งที่ไม่ควรใช้ เพราะเพื่อนไม่สบาย

เพื่อนน้องซาน่า ยืนยันว่าเพื่อนโทรมาร้องไห้กับตนบ่อยครั้ง บอกด้วยว่าเศร้าอีกแล้ว ส่วนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เพื่อนตัดสินใจแบบนั้น เชื่อว่าเพราะกดดันมานานจึงเกิดความเครียดสะสมจนทนไม่ไหว

ราคาทองวันนี้ (25 มี.ค.2567) เปิดตลาด "ขึ้น 50 บาท" จากสุดสัปดาห์

กางปฏิทิน เงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำ จ่าย 2 รอบ ปี 2567

เช็กเงื่อนไข เปลี่ยนแบตเตอรี่ iPhone-iPad หากแบตเสื่อม

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ