สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบุว่า วันที่ 21 มิถุนายน 2567 เป็นวัน ครีษมายัน (ครีด-สะ-มา-ยัน) หรือ Summer Solstice คือ วันที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี โดย Solstice เป็นภาษาอินโดยูโรเปียน คำว่า Stice หมายถึง สถิต หรือ หยุด
ดังนั้น Summer Solstice จึงหมายถึงวันที่ดวงอาทิตย์โคจรไปถึงจุดหยุด หรือจุดสุดทางเหนือแต่ละวัน ดวงอาทิตย์จะปรากฏในตำแหน่งต่างกัน เปลี่ยนตำแหน่งไปประมาณวันละ 1 องศา ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ไปทางเหนือเรื่อยๆ และจะหยุดที่จุดเหนือสุดในวันที่ 21 มิถุนายน
ส่งผลให้ในวันดังกล่าว ดวงอาทิตย์จะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกโดยเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกโดยเฉียงไปทางเหนือมากที่สุดเช่นกัน จึงมีเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี หรือเป็นวันที่มืดช้าที่สุด นอกจากนี้ ยังนับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือเข้าสู่ฤดูร้อน และประเทศทางซีกโลกใต้ เข้าสู่ฤดูหนาว
สำหรับประเทศไทย วันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้นเวลาประมาณ 05:51 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าประมาณ 12 ชั่วโมง 56 นาที
ปรากฏการณ์ต่อไปที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์ คือ วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 22 กันยายน 2567 วันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออก และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดี
ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืน นับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
ที่มา: NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
ประกันสังคม ย้ำ ผู้ประกันตนเกษียณอายุ-ชราภาพ รับเงินคืนได้ไม่สูญเปล่า!