เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 28 มิ.ย. 67 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า นายสันติ อายุ 42 ปี พ่อค้าไก่ปิ้ง ถูกทำร้ายร่างกายโดยตำรวจ สภ.หนองหิน จ.เลย จำนวน 5 นาย หลังเข้าจับกุมตัวในข้อหาเมาแล้วขับ ซึ่งนอกจากจะได้รับบาดเจ็บหนักแล้ว ทองรูปพรรณ 1 บาท พร้อมเงินสดจำนวน 1,000 บาท ของผู้บาดเจ็บ ยังหายไประหว่างถูกควบคุมตัวในโรงพักด้วย ซึ่งหลังจากรุมทำร้ายร่างกายเสร็จแล้ว ได้มีการนำตัวนายสันติ กลับมาทิ้งไว้ที่บ้าน
นายสันติ เล่าว่า ขณะนั้นตนถูกตำรวจใส่กุญแจมือ ก่อนรุมทำร้ายร่างกายภายในโรงพัก ซึ่งแม้จะยกมือไหว้ขอให้หยุดทำร้าย แต่ตำรวจก็ไม่ยอมหยุด
หลังเกิดเหตุ นายสุรศักดิ์ อายุ 21 ปี ลูกชายผู้บาดเจ็บ ได้นำตัวนายสันติ ส่งโรงพยาบาลหนองหิน เพื่อทำการรักษา แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปฎิเสธ
ด้านนางสาวธัญชนก อายุ 46 ปี ญาติของผู้บาดเจ็บ เล่าว่า คืนดังกล่าว ผู้บาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์อยู่บริเวณหน้าบ้านของตนเอง ได้มีตำรวจ 2 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็นนายสันติในสภาพมึนเมา จึงขอตรวจค้นและนำตัวไปนั่งที่เก้าอี้ร้านขายของชำ จนเกิดการโต้เถียงกันเสียงดัง
ต่อมา ได้มีรถรถกระบะตำรวจมารับตัวไป จนกระทั่งผ่านไปถึงช่วงเที่ยงคืน จึงมีตำรวจนอกเครื่องแบบขี่ รถจักรยานยนต์มาส่งผู้บาดเจ็บที่หน้าบ้านของตนเอง แต่ตอนนั้นไม่ทราบว่าผู้บาดเจ็บโดนตำรวจซ้อมมา รู้เพียงแต่ว่าสร้อยคำทองคำหนัก 1 บาท เงินสด 1,000 บาท ของนายสันติที่ใส่อยู่กระเป๋าสะพายหายไปแล้ว
ขณะที่ นางสาวน้ำฝน อายุ 42 ปี ญาติผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ผู้บาดเจ็บตอนนี้หน้าตาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ตามลำตัวมีรอยฟกซ้ำเช่นเดียวกัน ซึ่งผู้บาดเจ็บเล่าว่า ถูกตำรวจ 4-5 นาย จับใส่กุญแจมือ ก่อนรุมกระทืบในโรงพัก และถูกปืนจ่อหัว ซึ่งเขายังสามารถจำหน้าของตำรวจที่ก่อเหตุได้ แต่ไม่รู้จักชื่อและยศ
สำหรับผู้บาดเจ็บขณะนี้แพทย์ได้ทำการเจาะปอด และส่งตัวจาก รพ.หนองหิน ไปรักษาต่อที่ รพ.เลย
ขณะที่เมื่อ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีรองผู้กำกับคนหนึ่ง พาตำรวจที่ก่อเหตุมาที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีการขอโทษแต่อย่างไร และไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนเดินทางกลับไป ส่วนญาติได้รับคำตอบจากตำรวจว่า คนเจ็บขัดขืนไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ และได้วิ่งหนีไปชนประตูจนได้รับบาดเจ็บเอง