ไม่เห็นด้วย! ตัดสิน "Saveทับลาน" แบบเหมาเข่ง ต้องหาทางออกให้ทุกกลุ่ม


โดย PPTV Online

เผยแพร่




"พูนศักดิ์" ไม่เห็นด้วย หากตัดสินกรณี "Saveทับลาน" แบบเหมาเข่ง แนะ ต้องแบ่งให้ชัดเจน หาทางออกให้ทั้ง 3 กลุ่ม "ดำรงค์" ประกาศชัด เอาคนรวยออกไป ให้ชาวบ้านมีที่ทำกิน

จากกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช เปิดรับฟังความคิดเห็นการเพิกถอนพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทับลาน จำนวน 265,286.58 ไร่ ออกจากการเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ระหว่างวันที่ 28 มิ.ย. - 12 ก.ค. 2567 ฝั่ง จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี โดยจะต้องปรับปรุงแนวเขตใหม่ที่ต้องเสียพื้นที่เดิมที่มีอยู่ไปกว่า 265,000 ไร่

ทำให้เกิดเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างบนโลกออนไลน์ และกลายเป็นกระแสทำให้ #Saevทับลาน ติดแฮชแทกอันดับหนึ่งนั้น จนเกิดคำถามขึ้นว่า ทางออกจะไปในทิศทางใด

คอนเทนต์แนะนำ
หน.อช.ทับลาน รับรู้สึกแย่กระแสโซเชียล ยันมีชาวบ้านอยู่ก่อนประกาศอุทยาน!
ชวนรู้จัก "อุทยานฯทับลาน" แหล่งมรดกโลก-ป่าลานแห่งสุดท้ายของไทย
เปิดผลกระทบ 6 ข้อหากเฉือน"อุทยานฯทับลาน" กว่า 2.6 แสนไร่

 

ภาพนายดำรงค์  พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และประธานคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมพูดคุยกรณีดังกล่าวกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exc รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และประธานคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมพูดคุยกรณีดังกล่าวกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclus

นายดำรงค์  พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และประธานคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมพูดคุยกรณีดังกล่าวกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk

"พูนศักดิ์" ไม่เห็นด้วยตัดสินแบบเหมาเข่ง แนะ "Saveทับลาน" ต้องหาทางออกทั้ง 3 กลุ่ม

นายพูนศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าในแนวเขตต่าง ๆ ที่มีการถกเถียงกันอยู่ ไม่ว่าจะใช้แนวเขตใดในการพิจารณา บุคคลทั้ง 3 กลุ่ม ควรได้รับการนำมาประกอบการพิจารณาทั้งหมด ตนไม่เห็นด้วยกับวิธีการเหมาเข่ง เช่น โยนที่ดินทั้งหมดให้ สปก. ไปเลย หรือโยนให้กับทางอุทยานฯ ไปเลย ทั้ง 3 ฝ่ายควรได้รับการพิจารณา

อย่างกลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่เข้ามาอยู่ก่อนปี พ.ศ. 2524 ก็ต้องมาพิสูจน์ว่าเข้ามาภายใต้เงื่อนไขใด เช่น รัฐพาเข้ามา เราก็ต้องให้สิทธิ์กับทางเขา และคุยถึงเรื่องเอกสารสิทธิ์ของเขา

กลุ่มที่สอง คือเป็นกลุ่มที่ได้รับ สปก. กลุ่มนี้ไม่ว่าจะเข้ามาด้วยวิธีการเหมาเข่งแบบใดก็ตาม อย่าลืมว่า สปก. ก็เป็นหน่วยงานรัฐหน่วยงานหนึ่ง ที่ออกเอกสารสิทธิให้เขา ก็ต้องคำนึงถึงสิทธิ์เขาเช่นกัน

และกลุ่มที่สาม ที่เข้ามาหลังปี พ.ศ. 2524 ตนค่อนข้างชัดเจนว่า ในเมื่อเข้ามาทีหลัง แล้วมีคดีติดตัวมา เราก็ต้องยอมให้พวกเขาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไป

นายพูนศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้อยากให้นำพื้นที่ตรงนี้มาแบ่งให้ชัดเจนเป็น One Map ซึ่งในการประชุมวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 นี้ จะมีการเชิญ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ สกทช. เข้ามาประชุมด้วย เพราะหากเราใช้ One Map เท่ากับว่าเราเคลียร์พื้นที่แล้ว ความทับซ้อนต่าง ๆ จะหายไป

ส่วนตัวมองว่า อย่างไรก็ตามพื้นที่นี้มีการทับซ้อนกันอยู่ แต่จะเป็น One Map แบบปี พ.ศ. 2563 หรือไม่ ก็ต้องมานั่งถกกันอีกทีหนึ่ง

ภาพนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และประธานคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และประธานคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายพูนศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ จะเชิญแต่ละกลุ่มที่มีข้อคิดเห็นต่างกันมานั่งคุยกัน ส่วนตัวยืนยันว่า ถ้าเราช่วยกันหาทางออกก็จะสามารถเคลียร์ได้ พื้นที่ที่มีความทับซ้อนอยู่ก็จะเคลียร์

เมื่อมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน และหนังสือร้องเรียนของมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ทำให้มีคณะกรรมการเริ่มเข้ามาดูในเรื่องนี้ พบปัญหาหลายประการ เช่น ถ้าเหมาเข่งให้ สปก. จากนั้นก็มาดูว่าทั้งสามกลุ่มดังกล่าวจะบริหารจัดการอย่างไร

และในระหว่างนั้นก็มีกระแส Save ทับลาน ต้องการโยนทุกอย่างไปที่กรมอุทยานฯ ทั้งหมด แต่ยังไม่มีใครพูดถึงทั้งสามกลุ่มดังกล่าวเลย จึงรู้สึกว่าทำให้ในแต่ละกลุ่มไม่ได้ออกมาเรียกร้อง ไม่ได้ออกมารักษาสิทธิ์ จากความไม่ชัดเจนของรัฐบาล

ก็ต้องไปดูกันว่า กรณี Save ทับลาน ต้องมาดูว่าจะให้กลุ่มคนเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน อย่างไร หรือสุดท้าย กรมอุทยานฯ จะแบ่งพื้นที่ให้ รวมถึงกลุ่มที่สาม ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

"ดำรงค์" ประกาศชัด เอาคนรวยออกไป ให้ชาวบ้านมีที่ดินทำกิน

นายดำรงค์ กล่าวว่า เราต้องดูก่อน คุณอยู่ในพื้นที่อุทยานเพื่อประกอบอาชีพอะไร จุดประสงค์การออกมาคือเพื่อเป็นการเรียกร้องให้สามารถทำกินในที่เดิมที่เรียกร้องไม่ให้มีการจับกุม แต่ไม่มีใครแก้ไข คำว่าป่า คือพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตนมองว่า One Map หมดความน่าเชื่อถือหลังจากที่มีการพ่วงเศรษฐีมาด้วยแล้ว คดีดำเนินไปแต่คนที่โดนจับเป็นชาวบ้านคนยากคนจน เพราะที่ไม่มีโฉนด เจ้าของที่จริง ๆ อยู่ข้างหลังทั้งหมด ชาวบ้านไม่มีเงินเอาไปสร้างรีสอร์ต 200 - 300 ล้านบาท

นายดำรงค์ กล่าวว่า เราสามารถแยกกลุ่มชาวบ้านกับกลุ่มนายทุนออกอยู่แล้ว ทีนี้ สปก. ไปเพิ่มกฎเกณฑ์ใช้ประโยชน์มากขึ้น มีการนำไปใช้ประโยชน์สร้างนู่นสร้างนี่ก็ว่ากันไป และต่อมาก็จะมีถนนทองคำ

ภาพนายดำรงค์  พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

อนาคตจะไปไหนก็ไม่ได้ เหมือนนิคมสงเคราะห์ สปก. ก็เช่นกัน หน้าที่ของ สปก. ไปสำรวจว่าที่ดินมันเปลี่ยนมือไปเท่าไร 30 - 40 ล้านไร่อยู่ในมือของนายทุนเท่าไร เพราะใน สปก. 4-01 ระบุอยู่ ให้ยึดที่ดินนั้นมาให้คนจนทำกิน สอง ไปตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่ออกนอกลู่นอกทาง และสาม ไปออกกฎหมาย แก้กฎหมายสปก. มีบทลงโทษอะไรก็ว่าไป

นายดำรงค์ แนะนำว่า ให้เอาคนรวยในคดีนี้ออกไป แล้วให้ราษฎรที่ทำกินบนพื้นที่นี้เดิมทำกินแบบสุจริตไม่มีการจับกุม ตามมาตรา 64 ในพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ส่วนการทำถนนทำอย่างอื่นก็ต้องแก้กฎหมายกันต่อไป

วิเคราะห์บอล ! ยูโร 2024 รอบรองชนะเลิศ เนเธอร์แลนด์ พบ อังกฤษ 10 ก.ค.67

Microsoft ในจีน สั่งพนักงานห้ามใช้มือถือ Android เริ่ม ก.ย. นี้

"รหัสเรียกคืนข้อมูล LINE" คืออะไร? ตั้งค่า-ใช้งานอย่างไรบ้าง?

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ