ยืนยันสถาบันมีจริง! ทนายลั่นหมายหัวฟ้องอาจารย์-คนหิวแสง รวม 3 คน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ทนายเดชา” ควงอาจารย์ที่ปรึกษาของ“หมอเกศ” ยืนยันสถาบันมีจริง ลั่นไม่ใช่เอกสารปลอมแค่ อว.ไม่ได้รองรับ หมายหัวฟ้องอาจารย์-คนหิวแสง รวม 3 คน

วันที่ 12 ก.ค. เวลา 19.00 น. ที่สำนักงานทนายเดชา นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ พร้อมด้วย ดร.สุขุมพงศ์ ชาญนุวงศ์ อุปนายกสมาคมนิติธรรมหรรษา (ประเทศไทย) และนายณัฐวัชร จันทโรธรณ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเกริก ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ตอบประเด็นคำถาม ปมที่มาปริญญาเอกจาก California University ของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปริญญาจากมหาวิทยาลัยห้องแถวนั้น โดยในการแถลงข่าววันนี้ “หมอเกศ” ไม่ได้มาร่วมการแถลงข่าว ตามที่แจ้งในตอนแรก

อาจารย์หมอเกศ ช่างภาพพีพีทีวี
ดร.สุขุมพงศ์ ชาญนุวงศ์ อุปนายกสมาคมนิติธรรมหรรษา (ประเทศไทย)

ทั้งนี้ในการแถลงข่าว ดร.สุขุมพงศ์ ชาญนุวงศ์ อุปนายกสมาคมนิติธรรมหรรษา (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของ พญ.เกศกมล ได้อธิบายยืนยันว่า สถาบันดังกล่าวได้รับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกาโดยตรง โดยไม่ผ่านสมาคมใดๆ ดังนั้นเมื่อค้นชื่อจากสมาคมจึงไม่เจอชื่อสถาบัน โดยมีสิทธิในการประเมินและออกปริญญา โดยสถาบันตั้งมา 22 ปีหากผิดกฎหมายคงถูกสั่งปิดไปแล้ว นอกจากนั้นยังมีหนังสือรับรองการออกปริญญาบัตรให้แก่นักศึกษาซึ่งเซ็นต์โดยเทศมนณฑนครลอสแองเจอลิส เพื่อยืนยันว่าเป็นเอกสารจริง หลังจากได้วุฒิการศึกษาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาก็จะมีการเซ็นรับรองอีกครั้งหนึ่ง จึงจะนำไปใช้อ้างอิงได้ และยังมีหน่วยงานรับรองความถูกต้องของเอกสารรับรองด้วย

นอกจากนั้น ดร.สุขุมพงศ์ ยังระบุอีกว่า มีหลักฐานซึ่งเป็นประกาศสภาผู้แทนราฎร ที่ลงนามโดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ขณะนั้น ซึ่งเกิดจากกรณีวุฒิการศึกษาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งในครั้งนั้นตนเคยชี้แจงความเป็นมาของสถาบัน ต่อสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการรับรองว่าสถาบันเป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนั้นยังมีคณกรรมาธิการหลายคณะ ที่ยุติเรื่องการตรวจสอบ หลังจากตนได้ชี้แจงข้อมูลแล้ว

ทั้งนี้ยืนยันว่า พญ.เกศกมล ไม่ได้เอาวุฒิจากมหาวิทยาลัยในไทยไปเทียบวุฒิปริญญาเอก แต่เป็นการยื่นเรื่องไป เพื่อทำรายงานส่งเทียบรายวิชา ทำงานวิจัยเพื่อเทียบ และยื่นคำร้องเพื่อขอรับวุฒิปริญญาเอก ซึ่งในการทำวิจัยก็มีทั้งหัวข้อเดี่ยวและการทำงานเป็นกลุ่มด้วย ซึ่งมีการตีพิมพ์ต่อเนื่อง ทั้งนี้สถาบันเป็นลักษณะการเทียบประเมิน ซึ่งเราทำรายงานส่งทำวิจัยส่งไปเทียบได้ ตามระยะเวลาและหัวข้อที่กำหนด ที่ใกล้เคียงกับสาขาที่เรียน ไม่จำเป็นต้องไปเรียน ซึ่งสถาบันได้รับอนุมัติให้เทียบอยู่แล้ว คือให้ปริญญาเทียบเท่า โดยรายงานจะเทียบเป็นรายวิชาที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องทำรายงานส่งให้ครบตามรายวิชา และการตีพิมพ์งานวิจัยก็สามารถนำไปเทียบได้

California University ช่างภาพพีพีทีวี
ยืนยันสถาบัน California University มีจริง

เมื่อถามว่าสถาบันดังกล่าวมีข้อมูลว่าจดทะเบียนเทียบเท่าโรงเรียนมัธยมเท่านั้น และสหรัฐอเมริกาเคยออกคำสั่งห้ามใช้คำว่า University นั้นจะมีปัญหากับปริญญาบัตรดังกล่าวหรือไม่ ดร.สุขุมพงศ์ บอกว่า ทุกวันนี้ยังมีป้ายติดที่สำนักงานอธิการบดีชื่อ California University อยู่ ซึ่งเขาก็เขียนอย่างนี้ตามเอกสาร ถ้าผิดก็ผิดที่เขาไม่ได้ผิดที่คนไทย ส่วนสถานะของสถาบันเป็นมหาลัยที่อยู่ในประเภทการเทียบประเมิน และยืนยันว่าสถาบันดังกล่าวยังมีนักศึกษา ซึ่งทำในลักษณะเทียบประเมินเหมือนกัน ซึ่งมีทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ส่วนที่สถาบันจดทะเบียนเทียบเท่าโรงเรียนนั้น เพราะจัดสอนแค่ระดับมัธยม  แต่ในระดับมหาวิทยาลัยเป็นลักษณะของการเทียบโอน

ส่วนที่มีข้อมูลว่าต้องมีการจ่ายค่าเรียน 200,000 บาทนั้น ดร.สุขุมพงศ์ บอกว่า นอกจากทางสถาบันเป็นมหาวิทยาลัยระบบการเทียบโอน การทำวิจัยตีพิมพ์ ทำรายงานส่ง ก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และการโอนให้มหาวิทยาลัยด้วย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเทียบประเมิน ซึ่งงานวิจัยบางอย่าง ตีพิมพ์เล่มหนึ่งก็หลายหมื่นบาท ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนเป็นที่ปรึกษาให้นักการเมือง 2 ท่าน แต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้

เมื่อถามว่าในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาประเมินการพูดภาษาอังกฤษของ พญ.เกศกมล เป็นอย่างไรบ้าง ดร.สุขุมพงศ์ บอกว่า เนื่องจากว่าในรายการหนึ่ง คุณหมอไม่ได้เตรียมตัวพูด และตื่นเต้นพูดไม่ออก บางทีไม่ได้บอกล่วงหน้าก็ตื่นเต้น และไม่ได้ใช้ประจำ  ซึ่งคุณหมอเคยไปบรรยาที่มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ซึ่งก็พูดได้ดีมาก ส่วนงานวิจัย พญ.เกศกมล เขียนเป็นภาษาไทยมา บางทีก็ช่วยแปลมาด้วย ที่เหลือยู่ก็มีคนช่วยแปลเพิ่มเติม วึ่งตนทำหน้าที่ตรวจทานให้ ไม่ได้เขียนให้ แต่แค่ตรวจแก้ให้ถูกต้องเท่านั้น

ทั้งนี้ก็ยืนยันว่า พญ.เกศกมล ยังสามารถใช้คำว่าศาสตราจารย์เรียกนำหน้าในประเทศไทยได้ เพราะไม่มีกฎหมายข้อไหนบังคับว่าตำแหน่งวิชาการต้องได้ในประเทสไทยเท่านั้น ซึ่งไม่มีข้อบังคับว่าห้ามใช้

ส่วนกรณีที่ตั้งสถาบันนั้น ตรงนั้นเป็นที่เก่าที่เขายังติดป้ายอยู่ เป็นตึกสำนักงานอธิการบดี แต่มีที่ทำการใหม่อยู่ห่างจากจุดนั้นประมาณ 60 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสำนักงานในอาคารสูง ส่วนที่เป็นห้องแถวเป็นที่ตั้งเก่าที่ใช้จดทะเบียนเท่านั้น

อาจารย์หมอเกศ ช่างภาพพีพีทีวี
นายณัฐวัชร จันทโรธรณ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเกริก

ขณะที่ นายณัฐวัชร จันทโรธรณ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเกริก ชี้แจงว่า ก่อนที่ พญ.เกศกมล จะกรอกเอกสารแนะนำตัวในการสมัคร สว. ตนได้แนะนำว่าวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศไม่ควรเขียนไป แต่ พญ.เกศกมล ได้ทำหนังสือสอบถามกับ กกต.ในกรณีดังกล่าว และรองเลขาธิการ กกต. ได้ตอบกลับว่าให้นำวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ ใส่ในส่วนของประสบการณ์ทำงานได้ ซึ่งมีหนังสือตอบข้อหารือชัดเจน

เมื่อถามว่าการที่ อว.ไม่ได้รับรองมหาวิทยาลัยดังกล่าว แต่มีการยื่นวุฒิดังกล่าวในการสมัคร สว. จะมีผลทางกฎหมายเป็นการยื่นข้อมูลเท็จหรือไม่ นายเดชา กล่าวว่า เรื่องคุณสมบัติที่กฎหมายกำหนดในการเลือก สว.ไม่มีเรื่องวุฒิการศึกษา และคดีนี้ จากการพูดคุยกับหมอเกศ และอาจารย์ก็ยืนยันว่าไม่มีเอกสารอะไรที่เป็นเอกสารเท็จ ทุกอย่างเป็นอกสารจริงทั้งหมด ส่วนจะเป็นการสุ่มเสี่ยงทำให้เข้าใจผิดหรือไม่นั้น นายเดชา กล่าวว่า ไม่สุ่มเสี่ยง เพราะคำว่าศาสตราจารย์ หรือปริญญาเอก มันมีอยู่จริง แต่มีอยู่ในสหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องของสหรัฐอเมริกา เขาจะใช้ศาสตราจารย์อะไรก็เรื่องของเขา ไม่ได้เป็นศาสตราจารย์ปลอม เป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยเขา

ส่วนกรณีที่ อว.ไม่ได้รับรอง แต่กลับเอามาใช้ในไทยแบบนี้จะทำให้ผู้ที่ลงคะแนนเลือก สว. เกิดความเข้าใจผิดในคุณสมบัติต่างๆ ของพญ.เกศกมล หรือไม่ นายเดชา กล่าวว่า อันนั้นก็เป็นความเชื่อ ความคิดของคนที่มีความเข้าใจอย่างนั้น ก็ต้องไปเอาคนพวกนั้น คนที่ลงคะแนนพวกนั้น ว่าใครเข้าใจผิด ต้องมีพยาน ต้องไปไต่สวนว่าใครเข้าใจผิด ซึ่งเขาก็เขียนว่าศาสตราจารย์แล้วมีมหาวิทยาลัยต่างๆ เขาก็ไม่ได้บอกว่าเป็นศาสตราจารย์ในประเทศไทย หรือได้รับการโปรดเกล้า ซึ่งตนก็ยังไม่เห็นว่ามีอะไรเท็จเลย ดังนั้นใครที่กล่าวหาก็มีหน้าที่ไปนำสืบ

ทั้งนี้ตนได้พูดคุยกับ พญ.เกศกมล ว่าเราจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อคนที่มาตั้งข้อสังเกตแบบนี้ ลากคนพวกนี้ไปขึ้นศาล ให้คนพวกนี้ไปอธิบายที่ศาลแล้วให้ศาลเป็นคนกลางตัดสินว่า พวกนักวิชาการ ผู้รู้ ต่างๆไปขึ้นศาล โดยตอนนี้ พญ.เกศกมล ได้แจ้งมาว่ามีผู้รู้ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ 2 คน และอีกคนหนึ่งเป็นผู้หิวแสง รวมแล้วเบื้องต้น 3 คน ที่เตรียมจะดำเนินคดีได้เลย ซึ่งวันนี้มีการแต่งตั้งทนายแล้ว

พื้นที่ทับซ้อนอุทยานฯทับลาน ยังปักป้ายประกาศขายที่ดินไร้เอกสารสิทธิ์!

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ