วันที่ 31 ก.ค. 2567 ผู้เสียหายเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นายปุริม พร้อมพวก เนื่องด้วย บริษัทหนึ่ง ได้ทำสัญญาซื้อขายกับเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย โดยมีงบประมาณการทำสัญญาทั้งหมดมูลค่า 9,560,000 บาท
นายกรอบ อายุ 40 ปี เล่าว่า ตนได้รับการประสานจากเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นคนกลางมาว่า ทางเทศบาลในจังหวัดสมุทรปราการ มีความต้องการจะซื้อผลิตภัณฑ์ของตน เป็นยากำจัดลูกน้ำและยุงลาย จำนวน 8,000 กล่อง รวมงบจัดซื้อ คือ 9,560,000 บาท
นายปุริม อ้างว่าทางนายกเทศมนตรีเทศบาลฯ จะเรียกทำสัญญาในวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 น. ณ เทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย และ ให้เตรียมเงินสดค้ำประกันสัญญาจำนวน 5% ของมูลค่างาน รวมเป็นจำนวนเงิน 478,000 บาท เพื่อเตรียมเซ็นสัญญาดังกล่าว
ซึ่งตนได้เดินทางไปที่เทศบาล เพื่อเซ็นสัญญา จากนั้นก็รีบผลิตของให้กับทางเทศบาล เมื่อถึงกำหนดส่งของ ก็มีการเซ็นรับกันเรียบร้อย ซึ่งทางนายปุริม ก็ไปหลอกทางเทศบาลว่าของเหล่านี้เป็นของบริจาคจากผู้ใจบุญ ให้รับไว้
จากนั้นได้ติดต่อนายปุริม หลายครั้ง เรื่องขอรับเช็คดังกล่าว แต่ได้รับการบ่ายเบี่ยงด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ และอ้างว่าทางผู้ใหญ่ขอให้มีการแก้ไขสัญญา เพราะที่ทำตั้งแต่ตอนแรกผิดระเบียบ โดยจะขอแก้ไขสัญญาการรับเช็ค ค่าจ้างจากเดิม 2 งวด งวดละ 4,780,000 บาท เป็นงวดเดียว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,560,000 บาท โดยจะขอลงวันที่รับเช็คเป็นวันที่ 15 กรกฎาคม 2567
ต่อมา วันที่ 18 กรกฎาคม 2567 ตัวแทนบริษัทฯ เข้าไปที่เทศบาลฯ โดยไปติดต่อ ที่สำนักกองคลัง เพื่อไถ่ถามถึงใบเสร็จเงินค้ำประกันสัญญา จำนวนเงิน 478,000 บาท กองคลังจึงได้ทำการตรวจสอบเอกสารสัญญา บอกว่า ตนไม่เคยเห็นโครงการดังกล่าว
โดยหนังสือสัญญาจัดซื้อจัดจ้างนั้น ที่มีมีการลงนามของ นายยกฯ พยาน แล้วก็ ผอ.สาธาณสุข ซึ่งก็มาทราบภายหลังว่า เป็นลายเซ็นต์ปลอม ทั้งนี้ตนก็ยมรับว่าตนไม่รอบครอบ ตนพลาดเองที่ไม่ได้เข้าไปพบผู้บริหารโดยตรง
แล้วเอกสารที่ตนเซ็น ก็มีการลงนามมาก่อนหน้านี้แล้ว เหลือแค่ตนลงนาม ซึ่งวันที่เซ็นสัญญา นายปุริม ก็อ้างมาตลอดว่าเป็นลูกของรองนายยกฯ รู้จักคนใหญ่คนโต แล้วสถานที่ ที่เซ็นสัญญาก็คือห้องของรองนายยก เลยทำให้ตนเชื่อถือ ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าเอาตำแหน่งบุพการีมาล้อเล่น ในวงการนี้ ซึ่งตนก็ทำงานกับหน่วยงานมานาน นี่คือครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์แบบนี้
“แวกเนอร์” สูญเสียหนัก ถูกกบฏมาลีซุ่มโจมตี ผู้บัญชาการพลีชีพ
ด้านนายกล้อง เพื่อนของผู้เสียหายที่เป็นคนกลาง บอกว่า หลังเกิดเหตุได้คุยกับนายปุริม ซึ่งนายปุริม ก็ขอโทษและยอมรับว่าตนจ้างคนมาเซ็นสัญญาเพื่อจัดฉากหลอกผู้เสียหาย ส่วนเขาจะทำแบบนี้ไปทำไม ตนก็ไม่ทราบเหตุผล แต่เขายอมรับทุกอย่างที่เขาทำไป ส่วนตนที่เป็นคนกลางก็ไม่ได้ยินดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วน น.ส. เดือนเพ็ญ รามางกูร ผอ. ส่วนส่งเสริมสาธารณสุข บอกว่า ตนได้รับการประสานมาจากรองนายกฯ ว่าจะมีคนเอายากำจัดลูกน้ำยุงลายมาบริจาค ในวันที่ 10 มิ.ย. แต่เนื่องจากไม่มีใครอยู่เพราะมีภารกิจที่ต่างจังหวัดกันหมด แต่รองโทรมายืนยันว่าจะมีคนเอาของมาบริจาค ส่วนท่านนายกฯก็ยังไม่ทราบว่ามีของมาบริจาค
ทางเรายังไม่ได้ชื่อบริษัทที่มามอบให้ ก็ยังติดตามอยู่ตลอด เพราะเราต้องทำหนังสือขอบคุณ จนกระทั่งมีการทวงเงินค่าสินค้ามา เราถึงรู้ว่าไม่ใช่การบริจาค
ขณะที่ ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง นายกเทศบาลเมืองปู่เจ้า ท่านนายกบอกสั้นๆว่า ตอนนี้ยังติดราชการอยู่ที่ต่างจังหวัด เรื่องที่เกิดขึ้นตนทราบแล้ว ซึ่งตนจะกลับมาจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ยืนยันว่าเรื่องนี้ตนไม่มีส่วนรู้เห็น น่าจะเป็นการปลอมแปลงลายเซ็นต์ของตน หรือ มีใครสอดไส้เอกสารมาให้ตนเซ็นต์ อย่างไรก็ตามได้เข้าไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.สำโรงใต้
ผ้าคลุมรถกันความร้อน และ 4 ไอเทมที่ช่วยทำให้รถดูสวยใหม่ตลอดเวลา