สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) และ กองทัพบก ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในโครงการวิจัยและพัฒนาร่วมต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ (Multi-Purpose Launcher) โดยการนำนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการวิจัยและพัฒนาต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ที่สามารถรองรับจรวดขนาด 122 มิลลิเมตร ระยะยิง 40 กิโลเมตร จรวดขนาด 306 มิลลิเมตร ระยะยิง 150 กิโลเมตร และจรวดขนาด 370 มิลลิเมตร ระยะยิง 300 กิโลเมตร
ซึ่งการวิจัยและพัฒนามุ่งเน้นการออกแบบ สร้างชิ้นส่วน การประกอบรวมรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ ให้เป็นไปตามความต้องการของกองทัพบก ที่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธระยะยิงไกลได้ทั้งระดับยุทธวิธี ระดับยุทธการ และระดับยุทธศาสตร์ได้ ปัจจุบัน กองทัพบก ได้อนุมัติรับมอบต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ฯ โดยให้กองพลทหารปืนใหญ่ (กรมทหารปืนใหญ่ที่ 71 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 711) เป็นหน่วยทดสอบทดลองใช้งาน
วันที่ 9 ส.ค. 2567 ที่ศาลาอเนกประสงค์สนามกีฬากองพลทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีส่งมอบต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์โดยมี พล.อ. พอพล มณีรินทร์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เป็นสักขีพยานกิตติมศักดิ์ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาจากกองทัพบก
โดย พล.อ. ดร.ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เป็นผู้ส่งมอบต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ฯ ให้กับ พล.ต.วรการ ฮุ่นตระกูล ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ เป็นผู้แทนกองทัพบกในการรับมอบ เพื่อนำต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ฯ ไปทดสอบทดลองใช้งานในกองพลทหารปืนใหญ่ (กรมทหารปืนใหญ่ที่ 71 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 711) ต่อไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึงการส่งมอบต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ (Multi-Purpose Launcher) ว่าจะเป็นกระบวนการสำคัญในการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ เพื่อผลักดันผลงานวิจัยเข้าสู่ภาคการผลิตและขาย ลดการนำเข้ายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ พร้อมกันนี้ ยังกล่าวถึงความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนาต่อยอด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตยุทโธปกรณ์ของหน่วยงานภายในประเทศให้สามารถเข้าสู่สายการผลิตและจำหน่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน