พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยว่า วันนี้ 12 ต.ค.ได้มีประชาชนเข้ามาร้องเรียนความเสียหายทั้งสิ้น 235 รายรวม 3 วันตั้งวันที่10 ต.ค.รวม 488 รายรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 178 ล้านบาท หลังจากนี้ จะมีการรวบรวมข้อมูลจากกองบังคับการสอบสวนกลางเพื่อการอนุมัติหมายค้นจากศาลอาญาเพื่อตรวจสอบบริษัทไอคอนรวมถึงบริษัทในเครือและโกดังสินค้าทั้งรวม 9 จุดในพื้นที่กทม.และปริมณฑล โดยสามารถตรวจยึดเอกสารบัญชีของสำนักงานตั้งแต่ปี 2563 - 2565 เครื่องคอมพิวเตอร์และฮาร์ดไดร์ฟเก็บข้อมูลต่างๆ มาตรวจสอบ
โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจค้น และได้ทราบว่าทางนายพอลได้มีการเดินทางเข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่สอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์
ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบปากคำที่กองบังคับการการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภครวมถึงขออนุญาตประชาสัมพันธ์ประชาชนที่กำลังเดินทางมาร้องเรียนกรณีที่อยู่ต่างจังหวัด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีประสานกับพนักงานสอบสวนท้องที่ตามภูมิลำเนาไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ข้อบังคับการสอบสวนสามารถเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในท้องที่ใกล้เคียงได้เลยซึ่งได้มีการสั่งการไปเรียบร้อยแล้วส่วนประเด็นการสอบสวนตอนนี้นั้น ขอยืนยันคำให้การไม่ว่าจะสถานที่ใดก็ตามก็จะถูกส่งกลับมารวมที่กองบังคับกลางสอบสวนเกี่ยวกับผู้บริโภคอย่างแน่นอนเพื่อดำเนินการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจึงขอ แจ้งให้ทราบ ณที่นี้ อำนวยความสะดวกซึ่งเป็นในส่วนของนโยบายหลักของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่เน้นย้ำให้อำนวยความสะดวกกับประชาชนผู้เสียหาย
จากการดำเนินการตรวจสอบ ตั้งแต่วันแรก มักเป็นพยานบุคคล เป็นส่วนใหญ่ แต่ขณะนี้ยังต้องหาในส่วนของเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติมเช่นบุคคลที่เป็นแม่ข่าย รวมถึงการตรวจสอบสินค้า ว่ามีจริงหรือไม่หากมีเรื่องของการกระทำผิดก็ต้องมีรายละเอียดต่อไปว่าเป็นความผิดในลักษณะใด
ผู้สื่อข่าวได้มีการสอบถามถึงลักษณะการแจ้งข้อหาในขณะนี้ของเจ้าหน้าที่ว่ายังไม่มีการดำเนินการแจ้งข้อหาแต่ละคนที่เป็นผู้ต้องหาใช่หรือไม่พล.ต.ต.โสภณ ระบุว่าเนื่องจากตอนนี้มีหลายบุคคลที่เดินทางเข้ามาที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกลางด้วยตัวเองทำให้พนักงานสอบสวนมีการชี้แจงว่าผู้เสียหายมีการร้องทุกข์กล่าวโทษอย่างไรส่วนจะมีการดำเนินการแจ้งข้อหาได้เมื่อไหร่นั้นคงต้องรอให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดก่อน และยังไม่ได้มีการดำเนินการจับกุมดำเนินการแต่อย่างใดเพราะยังไม่มีออกหมายจับ หรือแจ้งข้อหา อย่างเป็นทางการ
ส่วนข้อสงสัยที่ว่าเลขบัตรประชาชนของบอสพอลที่ขึ้นต้นด้วยเลข5นั้น ถือเป็นบุคคลต่างด้าวหรือไม่นั้นโดยทางพล.ต.ต.โสภณ ระบุว่า ต้องมีการตรวจสอบจากทางกระทรวงมหาดไทยอีกครั้งเพราะถือเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงในเรื่องของการตรวจทะเบียนราษฎร์พร้อมระบุว่าในวันนี้จะยังไม่มีการจับตัวหรือจับกุมในส่วนของผู้ต้องหาที่เข้ามาให้การกับเจ้าหน้าที่ในวันนี้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงกรณีว่าหลังจากนี้จะมีการขอความร่วมมือผู้ต้องหาให้มีการมอบพาสปอร์ตให้กับทางเจ้าหน้าที่ไว้เพื่อป้องกันการหลบหนีก่อนหรือไม่นั้น พล.ต.ต.โสภณ ระบุว่าในส่วนของตรงนี้นั้นตอนนี้ เบื้องต้นยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจขอบเขตของส่วนนี้ที่จะสามารถทำได้