วิเคราะห์ท่าที "ทนายตั้ม" พร้อมสู้คดี "เจ๊อ้อย" ปมเงิน 71 ล้าน!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ทนายเดชา" วิเคราะห์ท่าที "ทนายตั้ม" พร้อมสู้คดี "เจ๊อ้อย" แม้ท่าทางจะโอนอ่อน-ไม่แข็งกร้าว แต่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

วันที่ 5 พ.ย. 2567 นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง ให้ความเห็นถึงท่าทีของทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ที่ปรากฎตัวในรอบหลายวัน หลังถูกกล่าวหาในคดีฉ้อโกง 71 ล้านบาท ว่า ทนายตั้มนั้นพร้อมในการสู้คดี เห็นได้จากการเข้าพบตำรวจ โดยที่ไม่ต้องรอให้มีหมายเรียก และมีหมายจับ ส่วนที่ทนายตั้มชิงมาพบตำรวจก่อนในวันนี้ คงเพราะคิดว่า ตำรวจจะออกหมายจับวันนี้

คอนเทนต์แนะนำ
“เจ๊อ้อย” ไม่กังวลเรื่องคดีฟ้องทนายดัง ปมเงิน 71 ล้าน - 39 ล้าน

ทนายเดชา สตริงเกอร์ กทม.
ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์

ทั้งนี้ ทนายเดชา เชื่อว่า หลังจากนี้ยังไงก็ต้องมีการออกหมายเรียก หรือ หมายจับ เพราะเป็นคดีอาญา หากพนักงานสอบสวนจะเชิญมาให้ปากคำ ต้องออกหมายเรียก หรือออกหมายจับ แต่เมื่อมีการปรากฏตัวแล้ว คาดว่า ศาลอาจจะไม่ออกหมายจับ และคิดว่า ทนายตั้มก็คิดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามหากศาลออกหมายจับ จากการให้ข่าวของตำรวจนั้น ก็มองว่าคนที่จะโดนคือ ทนายตั้ม, ภรรยาทนายตั้ม, พี่ภรรยาทนายตั้ม และคนใกล้ตัวที่มีเส้นทางเงินเชื่อมโยงไปถึง

อัจฉริยะแฉ! ตร.หิ้วสอบคนใกล้ชิดทนายตั้มตัวย่อ "บ" รับสารภาพหมดเปลือก!

ส่วนคำพูดในการสัมภาษณ์ของทนายตั้ม ที่พูดถึงเจ๊อ้อย ไม่ได้แข็งกร้าวนั้น ทนายเดชา มองว่า สถานการณ์ของทนายตั้ม อยู่ในฐานะผู้ต้องหาแล้ว หากจะพูดอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องพูดก้าวร้าวเยอะ และต้องระมัดระวังคำพูดด้วย ขณะเดียวกันหากฟังคำสัมภาษณ์ของทนายตั้มอย่างละเอียด จะเห็นได้ชัดเลยว่า ทนายตั้มนั้นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งพูดชัดเจนว่า เงินที่ได้มา เป็นการได้มาโดยเสน่หา และวันนี้ยังได้ขยายความว่า เป็นการให้เงินโดยไม่มีข้อผูกพันที่จะต้องใช้คืน หลังจากนี้ฝ่ายของเจ๊อ้อย ก็ต้องนำหลักฐานที่ทนายตั้มต้องใช้เงินคืนมาแสดง

เมื่อถามว่า การสอบปากคำเจ๊อ้อยของพนักงานสอบสวน ที่กินระยะหลายชั่วโมง หลายวันแบบมาราธอน เพราะเจ๊อ้อยไม่มั่นใจในข้อมูล ต้องทวนข้อมูลหลายรอบจะส่งผลต่อรูปคดีหรือไม่ ทนายเดชา ระบุว่า การให้ในเรื่องเดียวกัน หากไม่เหมือนกัน ในภาษากฎหมายเรียกว่า ให้การไม่อยู่กับร่องกับรอย เชื่อว่าพนักงานสอบสวนน่าจะเกิดความไม่มั่นใจ ทั้งที่ในคดีฉ้อโกง ตามปกติใช้เวลาสอบปากคำ 2-3 ชั่วโมง ก็น่าจะรู้ผลแล้ว

“ในคดีนี้ขอให้ย้อนกลับไปดูข้อมูล เมื่อมีการให้เงินจำนวน 71 ล้านบาทไปแล้ว เจ๊อ้อย มีการทวงเงินในประเด็นฉ้อโกง หรือ ผิดสัญญา แล้วเวลายื่นหนังสือโนติส หรือ หนังสือบอกกล่าวทวงถาม และการแจ้งความเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ เพราะหากพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดี และออกหมายจับ ก็ต้องเคลียร์ให้ชัดว่า สรุปแล้วเป็นเรื่องอะไร”

เมื่อถามว่าพฤติการณ์ของทนายตั้มจะเข้าข่ายการฉ้อโกงเป็นปกติธุระหรือไม่ ทนายเดชา มองว่า ไม่เข้าข่าย ยกเว้นมีพฤติการณ์หลอกลวงหลายๆคน ถึงจะเข้าองค์ประกอบความผิด ส่วนจะมีการทำเป็นขบวนการหรือไม่ ก็ต้องดูว่ามีพยานหลักฐานหรือไม่

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ