จากกรณีเหตุการณ์ชายไทยวัย 31 ปี ตกจากตึก ความสูง 18 ชั้นซึ่งอยู่ในพื้นที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น
ล่าสุดทีมข่าว พีพีทีวี ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวกับ แหล่งข่าว จากเครือข่ายศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนเขตภาค ตะวันออก Immanuel Foundation ซึ่งอยู่ในพื้นที่และทำงานช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง
โดยแหล่งข่าว ให้ข้อมูลว่า กรณีของหนุ่มชาว จ.กาญจนบุรีวัย 31 ปี ที่เพิ่งปรากฎคลิปตกตึกเป็นข่าวดัง ตึกแห่งนี้สูง 18 ชั้น ซึ่งชั้นล่างเป็นกาสิโน ด้านบนเป็นเว็บพนัน มีที่พัก และออฟฟิศของแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยหนุ่มรายนี้เขาทำงานอยู่เว็บเกม เหมือนกับเว็บพนันเกม ก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานในชั้นตึกเดียวกัน และเหมือนกับตัวเองมีอาการป่วยด้วย มีอาการเครียด กดดันเกี่ยวกับการทำยอดด้วย ก็เลยนำมาสู่การกระโดดลงไป
เพราะว่าตึกนี้เป็นตึกที่บุคคลปกติเข้าออกไม่ได้ ทางเข้าทางออกมีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด ถ้าจะออกมาก็ต้องได้รับการอนุญาต หรือได้รับความไว้ใจแล้วหรือเป็นบุคคลที่เต็มใจที่จะทำงานอยู่ที่ตึกนี้จริง แต่ถ้าเป็นคนที่ถูกขัง ถูกหลอกมาทำงานถูกขังไว้ เขาจะไม่ให้เปลี่ยน แม้กระทั่งชั้นนอน ไม่ให้เปลี่ยนแม้กระทั่งชั้นทำงาน ต้องอยู่ในสายตาของพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือคนดูแลตลอด โดยตั้งแต่เครือข่ายฯ ทำงานมา ไม่ค่อยมีใครร้องขอว่าถูกหลอกมาที่ตึกนี้
นอกจากนั้น ข้อมูลจากแหล่งข่าวบอกว่า เส้นทางของคนที่เข้าไปในขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ปอยเปตส่วนใหญ่จะมาจากประกาศรับสมัครแอดมิน งานเว็บพนัน ตัวกลางเรียกว่า HR ประสานจนมีคนข้ามด่านชายแดนธรรมชาติ อ.รัญประเทศ จ.สระแก้ว จากนั้นมี 2 วิธี คือ
1. HR ส่งให้แก๊งคอลเซนเตอร์ตามตึก ค่าหัว 5,000 ถูกจับกักขังในตึก ให้ทำงาน
2. HR ขายต่อเป็นบัญชีม้า ค่าหัว 10,000 บาทขึ้นไป
ซึ่งจุดนี้น่าสนใจคือเมื่อเข้าสู่วังวนของขบวนการอาชญากรรม ติดคดีเรื่องของบัญชีม้า และยังที่มีเรื่องของยาเสพติดเข้ามาด้วยก็ทำให้กลับตัวยาก
นอกจากนั้นยังมีข้อมูลน่าสนใจอีกมุมจากแหล่งข่าว คือเรื่องของ “ทุนไทยสีเทา” หรือ “ทุนไทยสีดำ” ในพื้นที่ปอยเปต ก็มีวิธีการหรือกระบวนการไม่ต่างจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรืออาชญากรชาวจีนเทา ส่วนหนึ่งเป็นคนที่เคยเข้าไปอยู่ในขบวนการของคนจีน แล้วเรียนรู้วิธีการตั้งตัวขึ้นมาเป็นใหญ่ แล้วหาเครือข่ายของเจ้าที่ภาครัฐในพื้นที่ กลายเป็น “นายทุนไทยสีเทา” ตอนนี้ก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย สุดท้ายกลายเป็นไทยหลอกไทย
นอกจากนั้นในพื้นที่ยังมีชาวอินโดนีเซีย มาเลเซียสิงคโปร์ และอีกหลายประเทศส่วนใหญ่โดยเฉพาะนายทุนจีนก็เดินทางใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเช่นเดียวกันบางคนฝากพาสปอร์ตเอาไว้เพื่อให้มีประวัติว่าเดินทางมาเที่ยวที่ไทยใช้ฟรีวีซ่า แล้วก็ข้ามผ่านทางพรมแดนธรรมชาติเข้ามาที่ปอยเปต