จากกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา "พิรงรอง รามสูต" กรรมการ กสทช. ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เหตุมีเจตนากลั่นแกล้งทำให้บริษัทเอกชนเกี่ยวกับการสื่อสารรายหนึ่งเสียหาย โดยมีสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงในเรื่องนี้คือ "กฎ Must Carry"
สำหรับ กฎ Must Carry มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555
กฎ Must Carry คือ ข้อบังคับที่กำหนดให้แพลตฟอร์มบริการโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม ไปนถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลทุกราย ที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. นำช่องฟรีทีวี ไปออกอากาศในทุกช่องทาง ทั้งทางเสาอากาศ จานดาวเทียม เคเบิลทีวี และช่องทางออนไลน์ โดยต้องออกอากาศต่อเนื่องตามผังรายการของแต่ละสถานี ไม่มีจอดำหรือโฆษณาเกิดขึ้นในบางรายการ ไม่สามารถดัดแปลงหรือทำซ้ำได้ เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนสามารถรับชมการเผยแพร่ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
นอกจากนี้ กฎ Must Carry ยังมีข้อกำหนดว่า ผู้ให้บริการทีวีทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม หรือแพลตฟอร์มดิจิทัล ต้องถ่ายทอดช่องทีวีดิจิทัลฟรี โดยไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ชมได้
วัตถุประสงค์หลักของกฎ Must Carry ประกอบด้วย การคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถรับชมเนื้อหาที่จำเป็นได้อย่างเท่าเทียมกัน การสนับสนุนความหลากหลายทางสื่อ เพื่อให้ช่องที่มีความสำคัญต่อสาธารณะไม่ถูกมองข้ามจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ และ การป้องกันการผูกขาด เพื่อไม่ให้ผู้ให้บริการทีวีสามารถเลือกถ่ายทอดเฉพาะเนื้อหาที่สร้างรายได้สูงเพียงอย่างเดียว
แม้ว่ากฎ Must Carry จะมีวัตถุประสงค์เพื่อผลประโยชน์สาธารณะ ทว่าก็มีข้อถกเถียงว่าอาจเป็นการจำกัดเสรีภาพในการดำเนินธุรกิจของผู้ให้บริการแพร่ภาพกระจายเสียง รวมถึงอาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมในการแข่งขันทางธุรกิจ เนื่องจากบางช่องอาจได้รับสิทธิพิเศษในการเผยแพร่โดยไม่ต้องลงทุนในการตลาดมากนัก
สรุปแล้ว กฎ Must Carry ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันได้อย่างเท่าเทียม แม้จะมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับเสรีภาพทางธุรกิจ แต่เป้าหมายหลักคือเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะในยุคที่สื่อมีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ ของสังคม