จากกรณีดราม่าเพจ “SPD Family” ปล่อยคลิปคอนเทนต์สอนการทำอาวุธและการต่อสู้แบบคนคุก เผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีตัวแสดงหลักในคลิปคือ "สไปร์ท SPD" อินฟลูเอนเซอร์มีผู้ติดตามเฉพาะในช่องยูทูปมากถึง 15.5 ล้านคน
ซึ่งคอนเทนต์ดังกล่าว "สไปร์ท" ได้เรียนป้องกันตัวแบบคนคุกกับ "เอส ร่มเกล้า" ยูทูบเบอร์ผู้เคยใช้ชีวิตในเรือนจำกว่า 20 ปี แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ซึ่งส่วนใหญ่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าเป็น "คอนเทนต์ขยะ"
โดยในคลิป “สไปร์ท” ให้ "เอสร่มเกล้า" ช่วยสอนวิธีป้องกันตัวฉบับคนในคุก เริ่มตั้งแต่หยิบจับอุปกรณ์ที่อยู่ในเรือนจำนำมาดันแปลงจนเป็นอาวุธ เช่น ช้อนข้าว ไขควง ทราย และผ้าเช็ดหน้า หลังคอนเทนต์ถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่าเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าคอนเทนต์ไม่สร้างสรรค์ เป็นคอนเทนต์ขยะ ไม่ควรมีคอนเทนต์ลักษณะนี้ เพราะช่องของ "สไปร์ท SPD" มีผู้ติดตามจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน อาจจะทำให้เด็กจำแล้วนำไปใช้ตามได้
ทั้งนี้คอมเมนต์ที่ชาวเน็ตแสดงความคิดเห็น อาทิ "ไม่ได้จะดราม่านะ แล้วถ้าเด็กดูแล้วทำตาม เจ้าของช่องน่าจะรู้ว่าพื้นฐานคนดูหรือแฟนคลับช่องเขาอายุเท่าไหร่ ควรคิดอะไรให้ลึกและดีกว่านี้" บางคอมเมนต์ตั้งคำถามว่า " คนดูน้อยลงเหรอ ถึงได้มีคอนเทนต์อะไรแบบนี้ให้คนมารุมด่า รุมเข้ามา?" และบางคนบอกว่า " Content โทษเด็ก โทษผู้ปกครอง แต่ทำไมไม่โทษพวกทำ Content ขยะ???"
ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ผู้รับผิดชอบนโยบายจัดการปัญหาคอนเทนต์ขยะ เปิดเผยว่า หลังจากทราบข้อมูลการทำคอนเทนต์ของ "สไปร์ท SPD" ได้สั่งการให้ทีมสายตรวจไซเบอร์ทำการตรวจสอบว่าคอนเทนต์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานใดหรือไม่ ซึ่งโดยปกติทั่วไปตำรวจไซเบอร์ได้ตั้งทีมสายตรวจไซเบอร์ 6 ชุดปฏิบัติการตะเวนไปในโลกออนไลน์ ตรวจสอบทุกเรื่องที่เป็นการกระทำความผิดรวมถึงคอนเทนต์ขยะด้วย ที่ผ่านพบหลายคอนเทนต์ขยะที่ไม่เหมาะสม แต่ไม่เข้าข่ายฐานความผิด ตำรวจไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ ทำได้แค่เฝ้าระวังเท่านั้น
แต่คอนเทนต์ที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ชัด ๆ ยกตัวอย่างกรณีของ "แบงค์ เลสเตอร์" เพราะเป็นคอนเทนต์ที่มีลักษณะลามกอนาจาร กรณีคอนเทนต์ของนายเอ็ม เอกชาติ ที่มีการแปะลิงค์เว็บพนัน ดังนั้นจึงฝากถึงกลุ่มผู้ใช้โซเชียล โดยเฉพาะกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่หลักหมื่นเป็นต้นไป ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะถือได้ว่าเป็นบุคคลที่มีคนติดตามจำนวนมาก เด็กและเยาวชนอาจนำไปเป็นแบบอย่าง
“ต้องให้ทีมตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบก่อนว่าจะเข้าข่ายฐานความผิดใดหรือไม่ คอนเทนต์บางคอนเทนต์อาจจะเป็นคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม จะเข้าองค์ประกอบความผิดพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์หรือไม่ต้องดู ว่าต้องมีการนำเข้าและมีการบิดเบือนข้อมูล และมีผู้เสียหาย”พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่าบางครั้งการทำคอนเทนต์ต้องการแค่ยอดคนติดตามเยอะ ๆ เลยทำคอนเทนต์ไม่เหมาะสมออกมา ถึงแม้จะยังไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่ในฐานะที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์เป็นคนที่มีอิทธิพล ต้องช่วยกันรับผิดชอบต่อสังคม และหลาย ๆ คอนเทนต์ที่ทำไป ในที่สุดก็ก้าวข้ามความเหมาะสมไปสู่การทำผิดกฎหมาย อินฟลูเอนเซอร์ต้องรับผิดชอบให้ได้ เพราะอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย