พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีและความมั่นคงของรัฐ ได้ประชุมหารือร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้แทน สกมช. สมาคมธนาคารไทย ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อหารือแนวทางที่เหมาะสมกำหนดมาตรการ เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้สอดรับกับ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 68
โดย พล.ต.อ.ณัฐธร เปิดเผยว่า วันนี้ได้เสนอให้ ที่ประชุม กสทช. มีมติกำหนดมาตรฐานหรือมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้สอดรับกับ พ.ร.ก.ที่ออกมาใหม่ โดยเน้นไปที่การเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบอย่างจริงจังของผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรคมนาคมต่าง ๆ ในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการส่งข้อมูลที่จำเป็น เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ประกอบการทุกรายยังต้องมีหน้าที่ตามมาตรการต่าง ๆ ที่กำหนด เช่น
- ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา หากพบพฤติกรรมการใช้ที่ผิดปกติหรือต้องสงสัย ต้องระงับการใช้บริการบริการทันที เช่น โทรออกอย่างเดียว, โทรหาผู้รับที่ไม่ซ้ำ , โทรเป็นจำนวนมาก, โทรออกจากตำแหน่งเดียวกันทุกครั้ง หรือโทรจากพื้นที่แนวชายแดน และให้ผู้ใช้งานเข้ามายืนยันตัวตน
- ผู้ให้บริการจะต้องระงับการโทร หรือใช้อินเตอร์เน็ตที่ต้องสงสัยทันที หาก กสทช. แจ้งหรือร้องขอให้มีการระงับ
- ผู้ประกอบการ มีหน้าที่ตรวจสอบ SMS และ Links ก่อนจัดส่ง
- ผู้ให้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบย้อนกลับเบอร์ที่จดทะเบียนใหม่ภายในสัปดาห์แรกว่า ข้อมูลที่รับจดทะเบียนถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ และการลงทะเบียนซิม ผู้ใช้บริการ ต้องลงข้อมูลทะเบียนการใช้ซิมให้ถูกต้องครบถ้วน มิเช่นนั้น จะมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
- การกำจัดซิมบอกซ์เถื่อนหลังมติ ครม. กำหนดว่าการนำเข้าซิมบ็อกซ์ และใช้ ซิมบ็อกซ์ต้องได้รับการอนุญาตโดยกสทช. ส่วน ซิมบ็อกซ์ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก็ให้มาขึ้นทะเบียนขอรับใบอนุญาตภายใน 90 วัน หลังมีผลบังคับใช้ มิฉะนั้น ซิมบ็อกซ์ที่ไม่ได้รับการอนุญาต จะเชื่อมต่อกับโครงข่ายของบริษัทโทรคมนาคมไม่ได้
นอกจากนี้ พล.ต.อ.ณัฐธร กล่าวว่า ยังมีมาตรการบริหารจัดการเรื่องซิมการ์ดสำหรับคนต่างชาติด้วย เช่น จำกัดจำนวนการลงทะเบียน ไม่เกิน 3 ซิมการ์ด/คน/ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และกำหนดให้ใช้พาสปอร์ตในการยืนยันตัวตนเพื่อลงทะเบียนใช้ซิมการ์ดเท่านั้น โดยไม่อนุญาตให้ใช้เอกสารประเภทอื่น รวมถึง ซิมนักท่องเที่ยว หรือ Tourist SIM จะใช้งานได้ไม่เกิน 60 วัน โดยไม่สามารถเติมเงินเพื่อขยายระยะเวลาการใช้งานได้
โดย กสทช. เชื่อว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำให้การป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพมากขึ้น สกัดผู้กระทำผิดให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรคมนาคมต่าง ๆ ได้
พล.ต.อ.ณัฐธร ทิ้งท้ายว่า "ตอนนี้มาตรการดังกล่าว ผ่านคณะอนุกรรมการ กสทช. แล้ว และขั้นต่อไปจะเสนอให้ ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ชุดใหญ่ เห็นชอบ ซึ่งหากมาตรการไหนที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็จะส่งไปให้ คณะกรรมการ ภายใต้หน่วยกำกับดูแลของแต่ละหน่วยงานดำเนินการต่อให้สอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยคาดว่า จะมีผลประกาศบังคับใช้ภายในเดือนพฤษภาคม 2568 นี้ และหลังจากนี้ หากมาตรการเหล่านี้มีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว แต่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมไม่ปฏิบัติตาม จนเกิดความเสียหายแก่ประชาชน จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น"