นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ลงพื้นที่จังหวัดนครนายก เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาความเสี่ยงทุจริตกรณีการรุกล้ำแก่งเทียม หลังพบการรุกล้ำพื้นที่สร้างสิ่งปลูกสร้างถาวร ทำให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวร้องเรียนว่า ไม่ได้ความสะดวกสบาย จากการที่ผู้ประกอบการบุกรุกเข้าไปในลำน้ำ โดยมีส่วนราชการจังหวัดนครนายก ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมประชุมสรุปปัญหา และแนวทางแก้ไข
โดยภายหลังการประชุม มีการลงพื้นบริเวณแก่งเทียม ซึ่งอยู่ห่างจากเขื่อนขุนด่านปราการชล ราว 1 กิโลเมตร โดยบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีรีสอร์ทตั้งอยู่ 2 แห่ง
นายศรชัย รองเลขาธิการป.ป.ช. กล่าวว่า หากทุกภาคส่วนเข้ามาบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะการป้องปรามเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้ากระทำความผิด หรือ รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่แก่งเทียม และหากทำได้จริงที่นี่จะเป็นโมเดลในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนได้ ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือละเว้นหรือไม่ ต้องดูรายละเอียดต่อไป
ด้านนายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ระบุว่า ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา แต่ต้องยอมรับว่า มีสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแก่งเทียมค่อนข้างมาก จึงต้องพิสูจน์สิทธิ์ พร้อมสำรวจข้อมูลว่ามีผู้ประกอบการที่รุกล้ำกี่ราย โดยเบื้องต้นพบมีผู้ประกอบการรุกล้ำประมาณ 18 ราย โดยหลังจากนี้มีการขีดเส้นการพิสูจน์สิทธิ์ให้แล้เวเสร็จภายใน 60 วัน ส่วนการรื้อถอนนั้นก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ด้านผู้ประกอบการสามหนุ่มรีสอร์ท บอกว่า การที่เจ้าหน้าที่เดินทางลงพื้นที่มาในวันนี้ไม่ได้รู้สึกตกใจ ซึ่งตัวเองก็มั่นใจว่าการเปิดกิจการทำร้านอาหาร ทำทุกอย่างถูกต้อง มีโฉนดครอบครองที่ดินทุกอย่างในพื้นที่ ซึ่งร้านเปิดมาแล้วกว่า 17 ปี และเปิดมาก่อนที่แก่งเทียมจะมาสร้าง แต่หากมีสิ่งปลูก หรือชายคา ยื่นออกไปรุกล้ำในพื้นที่แก่งเทียมมากเกินไป และเจ้าหน้าที่อยากให้รื้อถอนก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม
ส่วนในอนาคตหากหน่วยงานในพื้นที่ ให้มีการถอนสิ่งปลูกสร้างบางจุด เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาลงเล่นน้ำโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทั้งการเช่าเก้าอี้นั่งหรือเต้นท์ผ้าใบ ก็ยินดี เพราะอย่างไรแล้วหากมีนักท่องเที่ยว มาเล่นน้ำ ร้านของตัวเองก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย